หมวดหมู่: Uncategorized

  • แหล่งท่องเที่ยวไทย 50 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอต(2)

    11. เกาะนางยวน
    เกาะเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ตั้งอยู่ข้างเกาะเต่า ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ
    เชื่อมต่อด้วยแนวสันทรายสีขาวสะอาดตา ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสอย่างงดงาม
    เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักเกาะนางยวน ซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ
    กลางอ่าวไทยที่เงียบสงบ มีแนวปะการังสวยงาม
    เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำที่ต้องมาเยือนกันสักครั้ง

    12. เกาะเต่า
    ห่างจากเกาะนางยวนไปประมาณ 480 เมตร ก็จะเป็นที่ตั้งของเกาะเต่า
    ที่นี่มีธรรมชาติของท้องทะเลที่สวยงามไม่แพ้เกาะนางยวน ทั้งน้ำทะเลสีฟ้าใส
    หาดทรายขาวและเงียบสงบ มีโรงแรมและรีสอร์ทหรูหรา
    สามารถหลบมาพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างดีเยี่ยม

    13. เกาะสมุย
    เกาะกลางทะเลอ่าวไทย ที่ไม่ได้มีเพียงแค่หาดทรายขาวสะอาด
    และน้ำทะเลใสสวยงามเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นสถานที่แห่งความสนุกสนานเต็มรูปแบบ
    มีกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นเพื่อสร้างสีสันให้เกาะสมุย
    พร้อมทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้งยังเดินทางได้ง่าย ๆ
    ด้วยเครื่องบิน
    เพราะมีสนามบินสไตล์บูติกที่มีความสวยงามติดอันดับโลกรองรับอยู่บนเกาะแห่งนี้อีก
    ด้วย

    14. เกาะช้าง
    เกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเมืองไทย
    เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งป่าเขาและท้องทะเลที่สวยงาม
    อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
    เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
    หากใครได้มาดินเนอร์ริมชายหาดที่เกาะแห่งนี้…บอกเลยว่าจะฟินมาก !

    15. เกาะเสม็ด

    ที่เที่ยวทางทะเลสุดโรแมนติกที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงแค่เอื้อม
    ซึ่งมาพร้อมกับหาดทรายยาวสวยงาม มีน้ำทะเลใสโอบล้อม
    นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นดินแดนแห่งความบันเทิง มีผับบาร์ ร้านอาหารริมทะเลมากมาย
    รวมทั้งยังมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตริมชายหาดอยู่บ่อย ๆ อีกด้วย

    16. เกาะล้าน
    เกาะล้าน ดินแดนสวรรค์แห่งท้องทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก ๆ
    ไม่มีรถก็สามารถไปได้ง่าย ๆ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก ที่สำคัญน้ำทะเลใส
    หาดทรายขาวมาก ๆ แถมบนเกาะล้านยังมีที่พักหลากหลายสไตล์ ราคาโดนใจ
    ให้เลือกสรรตามใจชอบอีกเพียบ

    17. เกาะกูด
    หากถามถึงทะเลไทยที่สวยงาม เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีชื่อของ "เกาะกูด"
    อยู่ด้วยอย่างแน่นอน เกาะกูดมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดตราด
    บริเวณโดยรอบล้อมรอบไปด้วยแนวปะการังที่สวยงามและท้องทะเลสีฟ้าครามใส
    มีหาดทรายขาว สะอาด เนียนนุ่ม บนเกาะมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
    เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

    18. เกาะหมาก
    เกาะหมาก ตั้งอยู่ระหว่างเกาะช้างและเกาะกูด
    ที่นี่มีธรรมชาติของทั้งบนเกาะและในท้องทะเลที่สวยงามอุดมสมบูรณ์
    น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าอมเขียวใส
    สามารถมองเห็นแนวปะการังใต้ท้องทะเลได้จากบนเรืออย่างงดงาม
    อีกทั้งบนเกาะยังเต็มไปด้วยสวนมะพร้าวอันร่มรื่น
    มีอ่าวและหาดทรายสวยงามหลายแห่ง
    ทำให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างเต็มที่
    ชาวบ้านบนเกาะยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นเดียวกับที่เกาะกูด ที่นี่จึงเงียบสงบ
    เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาที่พักผ่อนอย่างแท้จริง

    19. ภูทับเบิก
    ถ้าถามถึงดินแดนทะเลหมอกสุดอลังการในเมืองไทย
    หนึ่งในนั้นต้องมีภูทับเบิกอย่างแน่นอน
    ด้วยภูทับเบิกถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาทั้งน้อยใหญ่
    บริเวณโดยรอบเป็นป่าเขาเขียวขจีสมบูรณ์
    ทำให้ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวจะเกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอกสุดอลังการ
    อีกทั้งยังมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจ

    20. เขาค้อ

    เขาค้อ สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของจังหวัดเพชรบูรณ์
    ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทยแล้ว
    ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยสุด ๆ อีกด้วย นักท่องเที่ยวจึงเลือกที่จะมานอนพักผ่อน

    เสพอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นกันที่นี่ในช่วงวันหยุด
    ซึ่งในเขาค้อก็มีที่พักหลากหลายแบบให้ได้เลือกพักกัน
    สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขาค้อที่ห้ามพลาด เช่น พระตำหนักเขาค้อ,
    พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก และอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ฯลฯ…

    READ MORE
  • ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยากลงออนเซ็น ควรรู้ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง

    นักท่องเที่ยวชาวไทยเมื่อได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ย่อมที่จะอยากลองสัมผัสกับวัฒนธรรม
    ท้องถิ่นให้มากที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือการอาบน้ำแบบออนเซ็น
    ซึ่งถ้าหากว่าอยากจะลองกันก็ควรรู้ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องเอาไว้ด้วย

    ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าสำหรับใครที่ไม่ทราบว่าออนเซ็นคืออะไร
    มันก็คือการอาบน้ำอย่างหนึ่งที่เป็นสไตล์ของชาวญี่ปุ่น
    เป็นบ่อน้ำร้อนที่จะเปิดให้คนลงไปแช่รวมกัน แน่นอนว่าต้องถอดเสื้อผ้าออกหมด
    ตรงนี้อาจจะเป็นปัญหาสักหน่อยสำหรับใครที่รู้สึกเขินอาย
    แต่ถ้าได้ลองดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่านี่แหละคือการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจที่สุดย
    อดมากๆ

    ประวัติความเป็นมาของออนเซ็นนั้นมีมาอย่างยาวนาน
    เนื่องจากว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ
    จึงทำให้มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีอุณหภูมิสูงอยู่ทั่วไป ซึ่งมันก็มากด้วยแร่ธาตุ
    ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าสู่ผิวหนัง
    เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับใครก็ตามที่ได้ลงไปแช่

    การแช่ออนเซ็นนั้นจำเป็นจะต้องมีวิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องด้วย
    เพราะเป็นการใช้บริการสาธารณะอย่างหนึ่ง เรื่องของมารยาทจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
    จะได้ไม่รบกวนคนอื่นๆ ที่มาใช้บริการด้วยกัน
    ถ้าหากว่าใครที่ยังไม่ทราบว่าควรต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
    ก็ลองมาเรียนรู้ศึกษากันได้เลย

    ขั้นตอนแรกสุดเลยก็คือจะต้องถอดเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำตามปกติในที่ที่ได้เตรียมเอาไ
    ว้ให้ก่อน โดยทั่วไปแล้วจะมีเก้าอี้ให้ทำความสะอาดชำระร่างกาย ตรงนี้สำคัญมาก
    เพราะถ้าหากว่าไม่อาบน้ำก่อนแล้วลงไปแช่บ่อน้ำร้อนทันทีเลย
    ผู้ที่มาใช้บริการด้วยอาจจะรู้สึกไม่พอใจเอาได้ เพราะว่าลงมาแช่ทั้งๆ
    ที่ร่างกายยังสกปรกอยู่นั่นเอง

    การปรับอุณหภูมิของน้ำในตอนชำระร่างกายก็ควรจะให้เป็นน้ำอุ่น
    เพื่อให้ร่างกายได้เตรียมพร้อมสำหรับการแช่น้ำร้อนๆ ในออนเซ็น
    ต้องให้ร่างกายคุ้นชินก่อนเป็นเวลาสักพัก
    จากนั้นเมื่อลงไปแช่แล้วให้แช่เพียงแค่ครึ่งตัวถึงแค่ประมาณระดับเอวก่อน
    นี่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับใครก็ตามที่มีปัญหาทางด้านหัวใจและปอด
    โดยให้ทำตัวผ่อนคลายให้เต็มที่ได้เลย
    และพยายามไม่ใช้เสียงดังระหว่างใช้บริการออนเซ็น

    สำหรับใครก็ตามที่กลัวจะมีอาการวิงเวียนในขณะแช่ออนเซ็น
    ให้นำผ้าขนหนูเย็นวางเอาไว้บนศีรษะก็ได้
    โดยให้ระวังอย่าให้ผ้าขนหนูที่ว่านั้นแช่ลงไปในบ่อน้ำร้อน
    เช่นเดียวกับการสวมใส่เสื้อผ้าใดๆ
    เพราะออนเซ็นแบบต้นฉบับนั้นจะต้องถอดเสื้อผ้าออกหมดอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้

    เมื่อได้เรียนรู้กันแล้วก็เหลือแค่ลองไปแช่ออนเซ็นกันจริงๆ
    เชื่อว่าหลายคนน่าจะติดใจกันเป็นแน่
    ยังไงก็อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำที่ว่ามานี้ด้วยก็แล้วกัน…

    READ MORE
  • หนังสือเดินทาง สิ่งสำคัญที่นักท่องเที่ยวขาดไม่ได้ – ตอนที่ 2

    ขั้นตอนการยื่นทำ Passport
    1. รับบัตรคิว
    2. ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก (หากไม่มีเลข 13 หลัก
    ต้องนำสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง) พร้อมเอกสารหลักฐานอื่น เช่น
    หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล ทะเบียนสมรส ฯลฯ
    3. วัดส่วนสูง เก็บลายพิมพ์นิ้วมือนิ้วชี้ซ้าย
    และนิ้วชี้ขวาด้วยเครื่องสแกนเนอร์และถ่ายรูปใบหน้า
    4. แจ้งความประสงค์ หากต้องการขอรับเล่มทางไปรษณีย์ (จะมีค่าส่ง 40 บาท)
    5. ชำระค่าธรรมเนียม 1,000 บาท
    (พร้อมด้วยค่าส่งไปรษณีย์ หากต้องการให้จัดส่ง)
    6. รับใบเสร็จรับเงิน และรับใบนัดรับเล่มตามวันที่กำหนดไว้
    เวลาที่ใช้ในการทำหนังสือเดินทาง
    ระยะเวลาการในการรับเล่มของหนังสือเดินทางนั้น
    จะใช้เวลาในการออกเอกสาร
    ขึ้นอยู่กับสถานที่ ที่ได้ไปทำ และวิธีการรับ

    ● ยื่นที่กรมการกงสุล
    สามารถรับหนังสือเดินทางได้ 2 วันทำการ ไม่นับวันยื่นคำร้อง
    หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
    ● ยื่นที่สำนักงานสาขาในกรุงเทพฯ (ปิ่นเกล้าและบางนา)
    จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 2 วันทำการ ไม่นับวันยื่นคำร้อง
    หากรับทางไปรษณีย์จะได้รับใน 5 วันทำการ
    ● กรณียื่นคำร้องที่สำนักงานสาขาในต่างจังหวัดและขอให้จัดส่งทางไปรษณีย์
    (ในเขตเมือง) จะได้รับหนังสือเดินทางภายใน 5 วันทำการ
    สำหรับผู้ขอหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์
    แนะนำให้มารับเล่มด้วยตนเองเพื่อให้ผู้ถือหนังสือเดินทางมีความคุ้นเคย
    กับการใช้หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติ
    หากไม่สามารถไปรับเล่ม Passport เองได้ สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับเล่ม
    Passport แทนได้ หรือจะให้จัดส่งทางไปรณีย์ก็ได้
    การลงทะเบียนทำพาสปอร์ตล่วงหน้า
    คุณสามารถเลือกวันเวลา และสาขาที่จะเข้าไปทำหนังสือเดินทางได้
    โดยการลงทะเบียนทำ Passport
    ล่วงหน้า ซึ่งเปรียบเสมือการจองคิวล่วงหน้า
    โดยเข้าไปลงทะเบียนได้ผ่านทาง www.passport.in.th
    การลงทะเบียนล่วงหน้าใช้สำหรับการยื่นคำร้องขอหนังสือเดินทางธรรมดาเท่านั้น
    ● สมัครสมาชิก 1 บัญชี ต่อ 1 ท่าน ต่อ 1 รายการจอง
    ● สามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ 1 วันทำการ
    (ไม่นับวันที่ทำรายการ วันเสาร์-อาทิตย์
    และวันหยุดนักขัตฤกษ์) และทำรายการล่วงหน้าได้ไม่เกิน 5 วันทำการ
    ● ต้องมารายงานตัวและแสดง QR Code
    ต่อเจ้าหน้าที่ ณสำนักงานที่ท่านลงทะเบียนขอรับบริการไว้อย่างน้อย 30 นาที
    ก่อนเวลาขอรับบริการไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการยกเลิกคิว
    ● หากการลงทะเบียนถูกยกเลิกตามข้างต้น
    คุณจะไม่สามารถใช้บริการลงทะเบียนล่วงหน้าได้อีกภายใน 30 วัน
    ข้อมูลที่กรอกต้องเป็นข้อมูลปัจจุบัน และเป็นข้อมูลจริงเท่านั้น
    ● เตรียมเอกสาร และเตรียมหลักฐานในการทำ Passport
    ให้ครบถ้วนตามที่กำหนดเงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทาง
    เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการต่างประเทศ
    ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2)

    วิธีการทํา passport แบบเร่งด่วน
    1. ทำพาสปอร์ตเล่มด่วน ได้รับเล่มภายในวันทำการเดียวกัน
    – ยื่นคำร้องและชำระเงินให้เสร็จภายในเวลา 12.00น. (รับบัตรคิวก่อนเวลา 11.30 น.)
    – ขอรับเล่มได้ในวันเดียวกันที่ฝ่ายจ่ายเล่ม กรมการกงสุล ตั้งแต่เวลา 15.30 – 14.30น.
    – ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทางแบบเร่งด่วน 3,000 บาท
    – ให้บริการเฉพาะที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ เท่านั้น
    2. ทำพาสปอร์ตเล่มด่วนได้รับเล่มในวันทำการถัดไป
    – รับเล่มในวันทำการถัดไป (24 ชม. นับจากชำระเงิน)
    – ให้บริการเฉพาะที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ เท่านั้น
    – ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง 2,000 บาท
    หมายเหตุ : หนังสือเดินทางเล่มด่วนจำกัดโควต้าการให้บริการรวมกันวันละไม่เกิน 400
    เล่มเท่านั้น และไม่มีบริการเหล่านี้ที่สำนักงานศูนย์บริการฯ กระทรวงแรงงาน
    และหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. Call Center 02 572 8442 (24 ชม.)…

    READ MORE
  • ทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของเขื่อนเชี่ยวหลาน

    หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของเขื่อนเชี่ยวหลานหรือ เขื่อนรัชชาประภา
    ในเรื่องของการที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดสวยที่ถูกยกให้เป็นกุ้ยหลินเมือง
    ไทย
    เนื่องจากเพราะมีความสวยงามของเทือกเขาหินปูนที่เหมือนกันกับกุ้ยหลิ
    นที่ประเทศจีนนั่นเอง
    โดยที่มาของเขื่อนแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นมาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
    และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 เพื่อช่วยอำนวยประโยชน์ในด้านสังคม
    เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
    โดยเขื่อนเชี่ยวหลานจัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาค
    ใต้ ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและพลังงานไฟฟ้า
    ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
    สำหรับเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ
    เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี พ.ศ.
    2530 และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ในปี พ.ศ. 2531
    สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสงที่บ้านเชี่ยวหลาน ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน
    จ.สุราษฎร์ธานี
    ซึ่งดำเนินลงมือก่อสร้างวันที่ 9 ก.พ. 2525
    ก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2530 และในวันพุธที่ 30 ก.ย. 2530
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
    สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดเขื่อนเชี่ยวหลาน
    และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
    โดยเป็นเขื่อนประเภทเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว มีความจุ 5,640
    ล้านลูกบาศก์เมตร ขนาดพื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร
    มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ย 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
    ขนาดสันเขื่อน ความยาว 761 เมตร ความสูง 94 เมตร
    และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาอีก 6 แห่ง อยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ 5 แห่ง
    กับฝั่งซ้ายของแม่น้ำ 1 แห่ง

    นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้า เป็นอาคารแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก
    ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ มีการติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า จำนวน 3
    เครื่อง เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังการผลิต 240,000 กิโลวัตต์
    และให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และ
    ลานไกไฟฟ้า อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้า ประมาณ 100 เมตร
    ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ ทำหน้าที่ในการส่งพลังไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า
    ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงพังงา และสถานีไฟฟ้าแรงสูงสุราษฎร์ธานี

    ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจส่วนใหญ่จะเป็นน้ำตกหลายๆที่ไม่ว่าจะเ
    ป็นน้ำตกแม่ยาย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน ประมาณ 5.5 กิโลเมตร
    เป็นน้ำตกแห่งเดียวภายในอุทยานแห่งชาติที่รถยนต์สามารถเข้าไปถึง
    มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเดียว สูงประมาณ 30 เมตร
    หรือจะเป็นน้ำตกวังหินน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร
    มีจุดชมวิวเรียกว่าน้ำตกบางวิ่งหิน
    เป็นจุดที่มองแล้วดูสวยงามอีกแห่งหนึ่ง
    และยังมีตั้งน้ำที่เป็นลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน
    ทำให้กลายเป็นหน้าผาที่หันหน้าเข้าหากัน
    มีลำคลองไหลศกไหลลอดผ่านบริเวณเบื้องล่าง เป็นวังน้ำที่ลึกมาก
    และมีปลาชุกชุม…

    READ MORE
  • 9 ที่เที่ยวเมืองพัทยาที่ต้องลองไปสักครั้ง 1

    พัทยา เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของภาคตะวันออกที่เมื่อใครพูดถึงชลบุรี
    สถานที่แรกก็ย่อมต้องนึกถึงเมืองพัทยา เพราะว่านี่คือเมืองท่องเที่ยวอันเต็มไปด้วยสถานที่ต่างๆมากมาย
    และได้รับความนิยมอย่างมากทั้งนักท่องเที่ยวไทย
    และชาวต่างชาติจึงทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย
    และมีชาวต่างชาติมาปักหลักอยู่ที่นี่จำนวนมากเลยทีเดียว และนี่คือ 3 จาก 9
    สถานที่ท่องเที่ยวแรกในเมืองพัทยาที่เราจะมาแนะนำกัน
    พัทยา ไทธานี
    แค่ฟังชื่อหลายคนคงเดาออกว่าจะต้องเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความสวยงามทางสถาปัตย
    กรรมแบบโราณของไทยอย่างแน่นอน โดยที่นี่จัดเป็นหมูบ้านที่รวมทางด้านวัฒนธรรม
    และศิลปะความสวยงามมาไว้ในที่เดียวอีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นที่แรก และที่เดียวในประเทศไทยเลยทีเดียว
    ซึ่งสยในจะมีการจัดแสดงวิถีชีวิตไทยเดิมแบบย้อนยุค
    ซึ่งไม่ได้มีแค่สถาปัตยกรรมเท่านั้นหากแต่รวมไปถึงการแต่งกายอาหารการกินเทศการ
    ประเพณีต่างๆก็มีครบ และหากใครอยากดื่มด่ำกับอาหาร
    และบรรยากาศสบายๆให้อารมณ์ย้อนยุคที่นี่เขาก็มีให้บริการอีกด้วย
    ยิ่งไปกว่านั้นก็มีการแสดงให้ชมด้วยเช่นกัน
    มิโมซ่า
    หากใครชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวคล้ายปาลิโอเขาใหญ่ก็ไม่ควรพลาดที่นี่ที่หยิบหยกหมู่บ้านหนึ่งในอิตา
    ลีมาตั้งไว้ในพัทยา
    โดยอาคารบ้านเรือนถูกสร้างเลียนแบบมาจากยุโรปแถมยังมีกลิ่นอายความเป็นยุโรปมากๆให้ได้ลองเข้าไ
    ปชมด้านใน
    ขณะเดียวกันอาคารต่างๆยังมีความสวยงามดูมีสีสันที่สดใสนอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายรูปมากมายรวมไปถึงร้า
    นค้าต่างๆที่มีสินค้าหลายประเภทวางจำหน่ายนอกจากนี้ยังมีการแสดงโชว์เปิดให้ชมอีกด้วยที่สำคัญมิโม
    ซ่าตั้งอยู่ในทำเลที่ดีหากใครต้องการทัวร์ทั่วเมืองพัทยา
    เพราะที่นี่ตั้งอยู่เป็นลำดับแรกๆของการเข้าเมืองพัทยาใต้
    ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นจุดแรกก่อนจะไปเที่ยวในที่ต่อๆไป
    เทดดี้แบร์
    ใครที่ชื่นชอบตุ๊กตาหมีรับรองว่าได้มาที่นี่แล้วต้องร้อกรี๊ดเพราะถือได้ว่าเป็นสถานที่รวบรวมตุ๊กตามากที่สุ
    ดที่หนึ่งเลยทีเดียว
    สำหรับเจ้าเทดดี้แบร์ที่อยู่ด้ายในนั้นมีหลากหลายแบบไล่ตั้งแต่ขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ที่สุดที่มหญ่
    ยิ่งกว่าส่วนสูงของคนจริงๆซะอีก โดยภายในยังแบ่งออกเป็น 12
    โซนตามประเทศต่างๆแถมยังมีการจัดแสดงแสงสีประกอบทำให้ดูสวยงามมากขึ้น
    ส่วนเรื่องของค่าเข้าชมผู้ใหญ่อยู่ที่ 250 บาท ส่วนเด็ก 150 บาท
    แต่ที่น่าจะทำให้หลายคนชื่นชอบคือที่นี่เขาเปิดให้ชมทุกซอกทุกมมตามที่ต้องการ…

    READ MORE
  • 5 สถานที่ท่องเที่ยวสระบุรีที่น่าสนใจ

    จังหวัดสระบุรี
    หนึ่งในจังหวัดในภาคกลางถือว่าเป็นจุดผ่านเชื่อมต่อไปจังหวัดอื่นๆ
    แม้ว่าจะไม่ใช่จังหวัดที่มีพื้นใหญ่โตอะไรมากนัก
    แต่นับเป็นจังหวัดรอยต่อระหว่างภาคกลาง
    และภาคอีสานหลายคนจึงใช้สระบุรีเป็นทางผ่านเพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคอี
    สาน

    แต่จริงๆแล้วสระบุรีเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ที่เที่ยวอยู่มากมายทั้งด้านพุทธ
    ศาสนาประวัติศาสตร์ประเพณีและธรรมชาติแถมยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเท
    พฯที่เพียงขับรถชั่วโมงกว่าๆก็สามารถหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุ
    งออกมาสัมผัสวิถีชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจได้มากมาย
    ซึ่งวันนี้เรามี 5
    สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดสระบุรีมาแนะนำกัน
    1.ฟาร์มโคนม ไทย-เดนมาร์ก
    สามารถเข้าไปนั่งรถชมวิวทิวทัศน์ สูดอากาศบริสุทธิ์
    และเปิดประสบการณ์ใหม่ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ของ ฟาร์มโคนมไทย-
    เดนมาร์ค ตั้งแต่กระบวนการผลิตนมวัวแดง การสาธิตการรีดนมวัว
    หรือลองรีดนมวัวด้วยตัวเองก็ทำได้ เพลิดเพลินกับสัตว์น้อยน่ารัก
    นกกระจอกเทศ อูฐ กวาง
    พร้อมเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของกิจการโคนม
    ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙
    โดยมีค่าเข้าชมอยู่ที่ 120 บาทต่อท่าน
    2.เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
    จัดว่าเป็นเขื่อนที่สำคัญของประเทศไทย
    และยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของจังหวัดนี้
    ด้วยว่าเขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศ
    และได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสักตามแนวพระราช
    ดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยชื่อ

    เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้นมีความหมายว่า
    เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    3.น้ำตกเจ็ดคต
    น้ำตกเจ็ดคต
    ตั้งอยู่ในศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เจ็ดคต-
    โป่งก้อนเสา มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคต
    สายน้ำตกไหลลงมาจากผาหินเป็นทางยาว สูงประมาณ 10 เมตร
    ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ประกอบด้วย น้ำตก 4 แห่ง คือ น้ำตกเจ็ดคตเหนือ
    น้ำตกเจ็ดคตกลาง น้ำตกเจ็ดคตใต้ และน้ำตกเจ็ดคตใหญ่
    นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ หรือใครติดใจบรรยากาศ
    ก็มีลานกางเต็นท์ ให้นอนริมอ่างเก็บน้ำด้วย
    4.วัดพระพุทธบาท
    สำหรับพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ ต.ขุนโขลน
    อ.พระพุทธบาท สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ 2167
    ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญ คือ
    รอยพระพุทธบาท ที่ประทับไว้ในแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต
    หรือเขาสัจจพันธคีรี เป็นที่เคารพ นับถือบูชาของพุทธศาสนิกชนทุกคน
    5.น้ำตกเจ็ดสาวน้อย
    น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าโปร่ง
    มีต้นน้ำมาจากผืนป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
    ประกอบไปด้วยน้ำตกชั้นเตี้ยๆ จำนวน 7 ชั้น
    สายน้ำไหลลดหลั่นกันลงมาผ่านชั้นหิน ลักษณะคล้ายแก่งกว้างๆ
    ที่มีแอ่งน้ำตื้นๆ รองรับหลายจุด สามารถลงเล่นน้ำ
    หรือปูเสื่อนั่งพักผ่อนกันตามสบายรับบรรยากาศแบบชิลล์ๆ…

    READ MORE
  • จะไปเที่ยวประเทศมุสลิม มีข้อควรปฏิบัติที่ต้องเรียนรู้เอาไว้ด้วย

    นักท่องเที่ยวทุกคนคงรู้จักคำว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
    นั่นก็คือเราต้องทำตัวไปในแนวทางเดียวกับชาวเมือง
    การไปเที่ยวในประเทศมุสลิมก็เช่นกัน มันมีข้อปฏิบัติที่ควรรู้เอาไว้ด้วย

    ประเทศมุสลิมนั้นมีกฏระเบียบหลายอย่างที่ค่อนข้างจะเคร่งครัด
    แม้ว่าทุกวันนี้โลกจะเปิดกว้างมากขึ้นแล้ว
    แต่เรื่องของความเชื่อก็เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถห้ามกันได้
    ขณะที่นักท่องเที่ยวเมื่อมีโอกาสไปเยือนประเทศเหล่านี้
    ก็จำเป็นที่จะต้องแสดงความเคารพต่อพวกเขา อะไรที่ทำได้กับอะไรที่ห้ามทำ
    เป็นสิ่งที่ต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาสำหรับการท่องเที่ยว

    เรื่องแรกเลยเป็นเรื่องพื้นฐาน สำหรับผู้หญิงที่ต้องการไปเที่ยวในประเทศมุสลิม
    เรื่องของการแต่งกายเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
    เพราะแม้ว่าจะไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม
    แต่การแต่งกายในประเทศเหล่านี้ก็จำเป็นจะต้องมิดชิดด้วย
    เสื้อต้องคลุมแขนไปจนถึงข้อมือ ไม่มีลักษณะรัดรูปจนเปิดเผยเรือนร่าง
    ขณะที่ผู้ชายนั้นไม่ได้มีข้อบังคับใดๆ แต่ก็ควรแต่งกายให้สุภาพ
    อย่าแต่งตัวเหมือนกับไปเที่ยวชายทะเลก็พอแล้ว

    การรับประทานอาหารและการดื่มเครื่องดื่มก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก
    เพราะประเทศมุสลิมนั้นจะไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาทุกประเภท
    ขณะที่อาหารก็ต้องเป็นฮาลาล หลักๆ แล้วก็คือไม่กินเนื้อหมู
    ส่วนการปฏิบัติตัวในที่สาธารณะก็จะต้องมีความสำรวมในระดับหนึ่ง
    คู่รักไม่ควรแสดงความรักกันมากจนเกินไป อย่างเช่นการกอดจูบกัน
    ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่งในประเทศเหล่านี้

    สำหรับการท่องเที่ยวในศาสนสถาน
    นักท่องเที่ยวก็จำเป็นจะต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบที่ทางสถานที่นั้นได้แจ้งเอาไว้อย่
    างเคร่งครัด เพราะถือเป็นการให้เกียรติกัน ไม่ก้าวล่วงกันมากจนเกินไป
    จนอาจทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกันได้

    คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพก็ต้องระวังการถ่ายภาพเหตุการณ์ต่างๆ
    โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย โดยสถานที่ราชการ, การประกอบพิธีทางศาสนา,
    การชุมนุมต่างๆ บางครั้งก็ไม่สามารถที่จะบันทึกภาพได้
    ทางที่ดีถ้าหากว่าเราไม่ได้แน่ก็ลองสอบถามดูก่อนว่าสามารถถ่ายภาพได้หรือเปล่า
    จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง

    นี่แหละคือข้อปฏิบัติที่ควรรู้กันเอาไว้ก่อนที่จะออกเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศมุสลิ
    ม แม้ว่าอาจจะดูยุ่งยาก แต่ถ้าลองได้เปิดใจ
    ทำความเข้าใจกับศาสนาอิสลามแล้วจะเข้าใจได้ว่าทำไมประเทศเหล่านี้จึงต้องมีก
    ฏระเบียบที่เคร่งครัดนัก ถ้าเรายอมรับได้
    และคิดว่ามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องลำบากเกินที่จะทำ ก็ออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ
    ในการท่องเที่ยวประเทศมุสลิมกันได้เลย…

    READ MORE
  • 3 สุดยอดอาหารเหนือ ที่ต้องทำกินให้ได้ก่อนตาย!!

    มาดูกันเถอะ เรามีวิธีการทำมาฝากด้วยนะ…
    1. ไส้อั่ว
    เมื่อก่อนไปภาคเหนือเมื่อไรต้องไปกินไส้อั่วทุกครั้ง
    และก็ต้องซื้อเป็นของฝากญาติมิตรเสมอ
    วันนี้ขอเสนอการทำไส้อั่วจ้า อ่อ ลืมบอกไป
    เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องมานั่งล้างไส้เองกันแล้วนะ
    มันมีชุดทำไส้อั่วแบบสำเร็จ
    ในซองมีไส้แบบสำเร็จรูปที่ทำมาจากคอลลาเจน ง่ายใช่มั้ยล่ะ
    คราวนี้ก็ได้เวลาไปหาซื้อส่วนผสมกันแล้ว
    ส่วนผสมไส้อั่ว
    – ชุดทำไส้อั่วแบบสำเร็จ 1 ซอง
    – น้ำอุ่น
    – หมูสับติดมัน
    วิธีทำไส้อั่ว
    1. ผสมเครื่องปรุงไส้อั่วกับน้ำอุ่นให้เข้ากัน
    2. ใส่เนื้อหมูสับลงไปนวดให้เข้ากัน
    เพื่อความเข้มข้นเราใส่เครื่องปรุงหมดเลยแต่ใส่หมูแค่ค่อนส่วน
    3. ยัดส่วนผสมไส้ใส่ลงในไส้หมู ใช้กรวยเล็กๆก็ได้
    แต่บางคนใช้ฝาขวดกับปลายช้อนแทนได้
    ระหว่างนั้นก็ใช้ไม้จิ้มฟันเจาะไส้เพื่อไล่อากาศออก
    4. นำไส้อั่วไปย่าง จะเลือกใช้วิธีอบหรือการย่างก็ได้
    ในระหว่างย่างให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มไปด้วยเพื่อระบายอากาศไม่ให้
    ไส้แตกและให้น้ำมันหยดออกมา ยกลงจากเตา หั่นเป็นชิ้น
    จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
    2. น้ำพริกหนุ่ม
    ทำอาหารเหนือทั้งที
    นอกจากไส้อั่วแล้วต้องมีน้ำพริกหนุ่มมาเพิ่มความสำราญสักหน่
    อย แม้จะพอหาซื้อได้ในเมืองกรุงแต่ถ้าทำเองก็ไม่ยากเกินไป
    วันนี้ขอยกตัวอย่างน้ำพริกหนุ่มสูตรง่าย
    เป็นสูตรทำง่ายไม่ต้องใส่ถั่วเน่า หรือปลาร้า
    จับส่วนผสมทุกอย่างมาโขลกเข้าด้วยกัน
    ปรุงรสออกเผ็ดและเค็มหน่อยแล้วเอาแคบหมูมาจิ้มกิน
    ส่วนผสมน้ำพริกหนุ่ม
    พริกหนุ่ม
    – หอมแดง
    – กระเทียม
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – ผักชีซอย
    – ต้นหอมซอย
    – ผักสดตามชอบ
    – แคบหมู
    วิธีทำน้ำพริกหนุ่ม
    1. ย่างพริกหนุ่ม กระเทียม และหอมแดง จากนั้นแกะเปลือกออก
    2. โขลกพริกหนุ่ม กระเทียม
    และหอมแดงที่ย่างแล้วกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ชิมรส
    ตามชอบให้ออกเผ็ด-เค็ม แต่ไม่ต้องเค็มมากนะคะ
    3. ตักน้ำพริกหนุ่มใส่ถ้วย โรยด้วยผักชีและต้นหอม
    เสิร์ฟคู่กับผักสดและแคบหมู
    3. ข้าวซอยไก่
    ทั้งไส้อั่วและน้ำพริกหนุ่มก็ทำง่ายและกินอร่อยเนอะ
    แต่เริ่มเบื่อแล้วล่ะ
    อยากลองทำอาหารจานเดียวอย่างข้าวซอยไก่ดูบ้าง
    สูตรข้าวซอยไก่ที่เรายกมาเสนอในวันนี้เป็นสูตรที่นิยมทำกันมา
    ก เป็นสูตรที่มีเผยแพร่กันตามโซเชี่ยล
    เนื้อไก่นุ่มหอมกลิ่นเครื่องแกง เส้นบะหมี่ก็ลื่นคอ
    แถมยังโรยหน้าด้วยบะหมี่ทอดกรอบอีก
    มาพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลาย น่ากินมากเลยใช่มั้ยล่ะคะ
    ส่วนผสม น้ำพริกแกงข้าวซอย
    – พริกแห้งเม็ดใหญ่คั่ว 7 เม็ด
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – รากผักชีคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
    – ขิงซอยคั่ว 1/4 ถ้วย
    – ขมิ้นซอยคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
    – หอมแดงคั่ว 3/4 ถ้วย
    – ชะโกแกะเปลือก 1 เม็ด
    ส่วนผสม ข้าวซอยไก่
    น่องไก่ 3-4 น่อง
    หางกะทิ 3 ถ้วย
    เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
    หัวกะทิ 1 ถ้วย
    ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ + 1/2 ช้อนโต๊ะ
    ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
    น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
    น้ำมันพืชสำหรับทอด
    บะหมี่เหลือง 5 ก้อน
    ผักชีสำหรับตกแต่ง
    เครื่องเคียง ได้แก่ ผักกาดดองซอย มะนาวหั่นเป็นชิ้น
    พริกป่นผัดน้ำมัน หอมแดงหั่นชิ้น
    วิธีทำข้าวซอยไก่
    1. ล้างน่องไก่ให้สะอาด พักทิ้งไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
    2. ทำน้ำพริกแกง
    โดยโขลกพริกแห้งกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด
    จากนั้นใส่รากผักชี ขิงซอย ขมิ้นซอย และหอมแดง
    โขลกรวมกันจนละเอียดเข้ากันดี
    ใส่ชะโกลงไปโขลกต่อจนเข้ากัน ตักใส่ถ้วยพักไว้
    3. ใส่หางกะทิลงในหม้อ ใส่เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
    ยกขึ้นตั้งไฟกลางจนร้อนใส่ไก่ลงไป
    พอกะทิเดือดลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวให้ไก่สุกนุ่ม
    และกะทิแตกมันเล็กน้อย เตรียมไว้
    4. นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
    ผัดเคี่ยวให้แตกมันเล็กน้อย
    ใส่น้ำพริกแกงลงผัดให้เข้ากันทั่วและมีกลิ่นหอม
    5. จากนั้นตักใส่ในหม้อกะทิที่ใส่ไก่ไว้แล้วคนผสมให้เข้ากัน
    6. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซีอี๊วดำ น้ำตาลทราย
    และหัวกะทิที่เหลือคนผสมพอทั่ว พอเดือดอีกครั้งปิดไฟ
    ยกลงจากเตา เตรียมไว้
    7. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนร้อน
    แบ่งบะหมี่ลงทอดทีละน้อยให้กรอบเหลือง ประมาณ 1 ก้อน
    จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักไว้ให้เย็น
    เก็บใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิท
    8. วิธีจัดเสิร์ฟ ให้ลวกบะหมี่ใส่ชาม
    ตักน่องไก่พร้อมน้ำแกงราดลงไปประมาณ 1 ถ้วย
    โรยหน้าด้วยบะหมี่ทอดกรอบ วางเครื่องเคียงลงไป
    ตกแต่งด้วยใบผักชี พร้อมเสิร์ฟ…

    READ MORE
  • 3 ประเทศน่าเที่ยวที่นอกจากจะได้พักผ่อนยังได้รู้ประวัติศาสตร์ไปในตัว

    การท่องเที่ยวในสมัยนี้ถือได้ว่ามีกลุ่มคนที่ชื่นชอบลักษณะการเที่ยวที่แตกต่างการอาจจะเป็นกลุ่มคนที่ช
    อบการเที่ยวแบบสบายหรูหราไปสถานที่แพงๆทีความสวยงามอาหารการกินดีแถมยังมีความบันเทิงเต็มรู
    ปแบบหรือบางกลุ่มอาจจะชื่นชอมการเที่ยวแบบผจญภัยความลำบากขึ้นเขาลงห้วยเดินป่าเพื่อเข้าไปกาง
    แคมป์รับชมสูดอากาศท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แต่ก็มีกลุ่มคนที่นิยมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
    ซึ่งถือว่ามีความนิยมเยอะทีเดียวในเวลานี้
    เพราะนอกจากจะได้เที่ยวแล้วยังเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์โลกหรือสถานที่นั้นๆไปในตัวนั่นเอง
    และนี่คือ 3 ประเทศที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจที่คุณอาจอยากไปเยือนสักครั้ง
    มอลตา
    เริ่มกันที่มอลตา แมะจะเป็นเพียงประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    ทว่าที่นี่กลับมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน
    แน่นอนว่าส่วนใหญ่ประเทศที่อยู่ติดทะเลหรือแม่น้ำสำคัญของโลกก็มักจะปรากฏจุดการเริ่มต้นของอารย
    ธรรมมนุษย์อยู่บ่อยที่มอลตาเองก็เช่นกันแถมยังมีวิวที่สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว
    นอกจากนี้ยังมีป้อมปราการโบราณสมัยศตวรรษที่ 17
    ยังคอยู่จวบจนถึงปัจจับนรวมถึงสุสานเก่าที่ฝังศพคนสำคัญที่นี่
    ขณะที่รอบๆประเทศก็มีซากเมืองเก่าๆตั้งอยู่มากมายนับเป็นหนึ่งในวิวที่สวยงามมากเลยทีเดียว
    จอร์เจีย
    จอร์เจียนั้นจริงๆแล้วจะกล่าวว่าเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในยุโรกหรือเอเชียก็คงจะพูดไม่ถนัดนั่นเพราะประเท
    ศจอจร์เจียตั้งอยู่สุดขอบของเอเชีย และยุโรปนั่นเอง
    สิ่งที่สำคัญของที่นี่คือเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานดังจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ยังคงมีปราสาทโบรา
    ณตั้งตระหว่างอยู่ในบางจุดของประเทศ
    นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมที่ซับซ้อนไม่น้อยเพราะคนในยุคก่อนมาจากต่างเผ่าหลลยเผ่าย้าย
    ถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่นี่ทำให้ตอร์เจียกลายเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมอันหลากหลาย
    แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่สุดคือจอร์เจียมีตำราอาหารที่ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกอยู่ด้วยใครชอบการกินรับรอง
    ว่าไปที่นี่ต้องไม่ผิดหวัง
    จีน
    แค่กล่าวถึงจีนแน่นอนว่าคงไม่มีประเทศไหนที่จะมีประวัติศาสตร์ยาวนาน
    และเยอะหลายยุคหลายสมัยเท่ากับดินแดนแห่งนี้อีกแล้ว
    ประเทศจีนเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์มากมายที่คนปัจจุบันยังคงรักษามรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้เป็นอย่า
    งดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมหรือการบูรณะโบราณสถานต่างๆ
    และทางการจีนที่เห็นความสำคัญของสถานที่ดังกล่าวก็ทำให้พวกเขาหันมาให้ความสำคัญต่อการท่องเที่
    ยวเชิงประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่าแม้จะผ่านมาเป็นพันปี แต่พระราชวังบางหลังยังคงสวยงาม
    และดูเหมือนมันเพิ่งสร้างเสร็จในยุคสมัยนี้ด้วยซ้ำ…

    READ MORE
  • 3 ที่เที่ยวขึ้นชื่อแห่งชุมพร

    แน่นอนว่า หากพูดถึง ทะเล คนส่วนใหญ่ จะนึกถึงจังหวัดอย่าง กระบี่ , ภูเก็ต และ ตรัง หรือจะเป็น ชลบุรี และ ระยอง
    ในฝั่งภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่า ประเทศไทยที่ยังมีอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ
    จังหวัดชุมพร นอกจากมีทะเลที่สวยงามเช่นกัน จังหวัดแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติทั้ง ภูเขา และ ป่าไม้ นี่คือ 3
    ที่เที่ยว ที่ใครมาเยือน ชุมพร แล้วต้องไป
    เริ่มกันที่ หมู่เกาะทะเล ชุมพร แน่นอนว่า เพียงแค่ฟังชื่อ ก็รู้อยู่แล้วว่า ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งกับนักท่องเที่ยวสายทะเล
    ชอบดำน้ำ ดูปลา และ ดูความสวยงามของปะการัง โดย ที่แห่งนี้ มีเกาะเรียงรายมากกว่า 40 เกาะ
    เต็มไปด้วยความงดงาม และ อุดมสมบูรณ์ของธรรชาติ โดยส่วนใหญ่นั่งท่องเที่ยว จะไปที่ เกาะทะลุ , เกาะใหญ่ และ
    เกาะน้อย รวมถึงยังมีเกาะอื่นๆที่รอให้ทุกคนไปค้นหา
    ต่อมาเป็น หาดทรายรี โดยเชื่อหรือไม่ว่า ที่นี่แห่งนี้นอกจากสวยงาม สะอาด และ เงียบสงบแล้ว
    ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่เชิงประวัติศาสตร์มากมาย เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของชุมพร
    มีแนวชายหาดที่ทอดยาวไปตามโค้งอ่าวอย่างสวยงาม ทำให้เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ
    ยังสะดวกสบายทั้งในแง่ที่พักและอาหารการกินอีกด้วย
    สุดท้ายเป็น วัดพระธาตุสวี โดยวัดแห่งนี้ มีความโดดเด่นมี ลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมเลียนแบบพระบรมธาตุเจดีย์
    แห่งจังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาและได้มีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง
    ขณะที่ปัจจุบันนั้น มีพระบรมธาตุสวีมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยม 2 ครั้ง ฐานชั้นล่างกว้าง
    8.50 เมตร ประดับด้วยซุ้มรูปช้างโผล่ศรีษะและขาหน้า เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งสถานที่เรียบง่าย แต่ต้องมา
    อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากทั้งหมดที่เรายกตัวอย่างและสาธยายมาแล้วนั้น เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า จังหวัดชุมพรแห่งนี้
    ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆมากมาย ที่รอให้ทุกคนเดินทางมาค้นหาด้วยตัวเอง
    เชื่อเราสิ.. หากคุณไป ชุมพร ครั้งหนึ่ง แล้วจะคิดถึงตลอดไป…

    READ MORE