หมวดหมู่: รีวิว

  • เที่ยวเกาะภูเก็ต ไปที่ไหนดี? ตอนที่ 2

    จากตอนที่ 1 ที่ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวไปทั้งหมด 3 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น
    ย่านเมืองเก่าตึกแถวโบราณ อาคารชิโน-โปรตุกีส พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว บ้านชินประชา ในตอนที่ 2 นี้
    เราจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับสายเที่ยวทั้งหลาย อ่านแล้วคุณจะรู้สึกว่าภูเก็ตนี่ควรมาเที่ยวพักผ่อนยาว ๆ เสียจริง
    เพราะที่ท่องเที่ยวเยอะเหลือเกิน

    4. จุดชมวิวเขารัง
    เป็นเนินเขาที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
    สามารถนำรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาได้ โดยขับขึ้นไปตามถนน คอซิมบี้
    ได้เลย ด้านบนสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน
    ทั้งหลังคาตึกเก่า สะพานหิน อ่าวฉลอง หาดราไวย์ ฯลฯ
    เรียกได้ว่าสามารถชื่นชมความงดงามของเมืองภูเก็ตได้ถึง 360 องศา
    เลยทีเดียว และโดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่นี่จะโรแมนติกมากเป็นพิเศษ
    เนื่องจากจะสามารถมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของบ้านเมืองด้านล่างได้อย่าง
    สวยงามประทับใจสุด ๆ

    5. ตลาดปล่อยของ
    ตลาดนัดสุดบรรเจิดท่ามกลางบรรยากาศกลางแจ้งแบบสบาย ๆ ใน Limelight
    Avenue ใจกลางเมืองภูเก็ต ที่มีพื้นที่สำหรับปลดปล่อยสินค้าไอเดีย
    โดยภายในตลาดจะมีพ่อค้าแม่ขายมาวางของแฮนด์เมดดีไซน์เก๋ ๆ
    แฟชั่นแนว ๆ อาทิ ของที่ระลึกต่าง ๆ สมุดทำมือ หมวก งานศิลปะสุดชิค ฯลฯ
    นอกจากนี้ยังมีอาหารหลากหลายประเภท อาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟและร้านน่านั่งชิลมากมาย
    พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีของเยาวชน มือสมัครเล่น
    ตลอดจนมืออาชีพที่จะมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันสร้างสีสันให้ได้ครื้นเครงกันตลอดทั้งคืน
    อัดแน่นไปด้วยความความฮิปแบบนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

    6. นั่งเรือกอจ๊าน ชมป่าชายเลน
    เรือกอจ๊านหรือเรือท้ายเป็ด
    เป็นเรือสุดคลาสสิกที่สันนิษฐานว่าน่าจะนำมาใช้ในภูเก็ตพร้อมกับชาวจีน
    ที่เข้ามาดูลู่ทางทำมาหากินในอดีต ซึ่ง กอจ๊านหมายถึงอวนจับปลา
    มีต้นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
    โดยจะใช้อวนกอจ๊านกับเรือที่สร้างมาโดยเฉพาะ ที่เรียกว่าเรือกอจ๊าน
    ปัจจุบันนับว่าหาดูได้ยาก และมีในจังหวัดภูเก็ตเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
    โดยลักษณะของตัวเรือจะประกอบไปด้วยไม้ทั้งลำและใช้ชัน
    (ยางไม้ชนิดหนึ่ง) ในการยารอยต่อระหว่างพื้นไม้
    ลำเรือจะมีขนาดเล็กสามารถรับน้ำหนักผู้โดยสารได้มากสุด 8 คน
    ขับเคลื่อนโดยใช้ผ้าใบและไม้พายยาว
    จึงทำให้เรือกอจ๊านกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นภูเก็ต
    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งเรือกอจ๊านสัมผัสธรรมชาติทางทะเล
    ชมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
    พร้อมกับแวะดูฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่ในป่าโกงกางกันได้ทุกวัน
    สนใจติดต่อได้ที่ชมรมกลุ่มกอจ้าน (ประมงพื้นบ้าน) ได้เลย

    7. แหลมพรหมเทพ
    แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ใครต่อใครต่างต้องไปเยือนเมื่อไปถึงจังหวัดภูเก็ต
    โดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงาม
    อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
    ไทยเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก
    โดยสุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า
    บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล
    โดดเด่นด้วยต้นตาลที่ยืนตระหง่านเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างสวยงาม
    ฉะนั้นใครที่อยากชมแสงสุดท้ายของวันที่สวยที่สุด…

    READ MORE
  • ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มยำกุ้ง

    ต้มยำกุ้ง ถือเป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทย
    แถมยังได้รับการยกย่องให้เป็นอาหารประจำชาติเพราะสามารถหารับประทานได้ทั่วทุกภาค
    ถูกปากทั้งคนไทยทั้งชาวต่างชาติ เพราะรสชาติเข้มข้นลงตัว
    เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ จัดว่าเด็ดที่สุดในโลก
    อย่างไรก็ตาม แม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารประจำชาติไทย
    แต่ประวัติความเป็นมาของ “ต้มยำกุ้ง” นั้นไม่ค่อยชัดเจน
    ว่ากันว่าเป็นอาหารไทยโบราณที่เกิดขึ้นหลังรับวัฒนธรรมของอินเดีย และ จีน เข้ามาทางเรือสำเภา
    ซึ่งช่วยให้อาหารไทยช่วงนั้นเติบโตขึ้นมากแต่หากจำกัดความของเมนู “ต้มยำกุ้ง” ไว้ที่คำว่า “แกง”
    อาหารชนิดนี้ก็น่าจะเกิดในยุคอยุธยาซึ่งมีมรดกทางวรรณคดีมากมายที่บ่งบอกถึงมติทางสังคมและ
    วัฒนธรรมของอาหารการกินของชาวไทยในยุคนั้นโดยคาดกันว่าการทำ “ต้มยำกุ้ง” ในระยะแรก อาจใช้น้ำปลา
    ใส่สมุนไพรจำพวก ใบนาก ตะไคร้ ข่าแก่ ซึ้งมีวัตถุประสงค์ในการดับคาวกุ้งหรือเนื้อสัตว์ที่ใช้ทำต้มยำ ส่วน
    ตะไคร้ ทุบเพื่อให้มีน้ำมันออกมาและเกิดกลิ่นมากกว่าการหั่นแฉลบ จะใส่เมื่อน้ำเดือด
    เพื่อให้ได้กลิ่นนอกจากนี้ การใส่ ตะไคร้ ที่ทุบไม่ใช่หั่นแฉลบ
    ยังช่วยให้น้ำแกงไม่เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวด้วย เช่นเดียวกับ ข่าแก่
    ที่หั่นบางๆ ใส่ขณะที่น้ำแกงเดือด จะทำให้น้ำแกงเกิดความหอม
    ส่วน เนื้อสัตว์ต่างๆ จะใส่เป็นขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากสุกเร็ว
    ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ เล่าให้ฟังถึงการทำต้มยำกุ้งน้ำใส
    ว่าเมื่อคัดกุ้งก้ามกรามที่มีขนาดตัวเขื่อง ตาใส
    มีก้ามกรามเป็นสีฟ้าสวย ให้นำไปล้างให้สะอาด
    ตัดก้ามกรามและขาออกทั้งหมด ตัดกรีกุ้งออกจากท้องปอกเปลือกทิ้งส่วนหัวไว้ทั้งเปลือก ก่อนรวมทิ้งน้ำ
    เหลือส่วนหางไว้ใช้ปลายมีดแหลมกรีดเล็กน้อยจากนั้นเขี่ยเส้นสีดำกลางหลังกุ้งออก
    กุ้งที่นำมาทำต้มยำกุ้งไม่ต้องผ่าหลังเมื่อตั้งน้ำบนเตาไฟจึงเริ่มปอกหัวกุ้ง
    ใช้มีดกรีดด้านเนื้อบนเพื่อดึงส่วนสกปรกบริเวณหัวออกจะไม่ทำให้มันกุ้งแตกกระจาย
    เมื่อใส่ลงในน้ำเดือด ที่มีสมุนไพร ข่า ตะไคร้ ที่ใส่ก่อนหน้านี้
    มันกุ้งจะแตกตัวออกเอง และลอยอยู่ในน้ำแกงเป็นสีชมพูออมส้มออกสวยงาม ใส่น้ำปลา พริกขี้หนูบุบ
    แล้วยกลงจากเตา บีบมะนาว โรยผักชีหั่นฝอย รวมทั้งยอดผักชี
    เมื่อตักใส่ชามแกงเจ้านายท่านเสวยแบบนี้ กุ้งมาจากที่ใดก็ได้ขอให้สดและขนาดกำลังพอดี เป็นอันอร่อยเหาะ
    ขณะเดียวกัน น้ำพริกเผา ที่ใส่ในน้ำต้มยำกุ้งไม่ใช้น้ำพริกเผาแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
    มีการผัดและเตรียมเก็บไว้ ใช้สำหรับทำต้มยำกุ้ง ยำ ข้าวผัด หรือทาขนมแป้ง แต่ละชนิดมีความต่างในการจัดทำทั้งสิ้น
    ปัจจุบันนิยมรับประทานน้ำพริกเผาที่ซื้อสำเร็จและนิยมใส่นมข้นจืดกับน้ำมันน้ำพริกเผาลงในต้มยำกุ้ง
    และมักจะอ้างว่าเป็นตำรับชาววังเสมอ ทั้งที่ไม่ใช่เลย…

    READ MORE