ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเมนู “ต้มข่าไก่” มีต้นกำเนิดเมื่อไร แต่ที่แน่ๆ
นี่คืออีกหนึ่งอาหารขึ้นชื่อของชาวไทย ที่ดังไกลไปทั่วโลกถูกปากคนทุกสัญชาติไม่ต่างจากต้มยำของบ้านเรา
เพียงแค่เมนูชนิดนี้ปรับมาใส่กะทิลงไปแต่เครื่องเคราแทบเหมือนกันทั้งหมดความจริง ต้มข่า
เป็นเมนูที่สามารถใช้เนื้อสัตว์หลายชนิดปรุงได้แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ ไก่ พร้อมใส่ข่าอ่อนหั่นแว่นบางๆ
มีวัตถุดิบที่ใช้เพิ่มกลิ่นคือ ตะไคร้ และ ใบมะกรูดปรุงรสเค็มด้วยน้ำปลาหรือเกลือ มีรสเปรี้ยวที่ได้จากน้ำมะนาว
และรสเผ็ดจากพริกขี้หนูสด ส่วนรสหวานจากกะทิโดยไม่ต้องใส่น้ำตาล
ซึ่งปัจจุบันเมนู “ต้มข่าไก่”กลายเป็นอาหารทั่วไปที่สามารถหาทานได้ตามท้องตลาด
และมีราคาไม่แพง ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะหา “ต้มข่าไก่”ที่ใช้สูตรดั่งเดิมแท้ๆ เนื่องจากต้องพิถีพิถันในการปรุง
และในปัจจุบันได้มีการเพิ่มผักบางชนิดลงไปด้วยแล้ว “ต้มข่าไก่” สูตรโบราณดั่งเดิมมีวิธีการปรุงอย่างไร
บทความนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกันเริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบหลัก นั่นคือ ไก่ ปกติจะใช้เนื้อทั้งตัว
แต่หากต้องการให้เป็นแบบโบราณ จะเน้นไปที่ ปีกกลางไก่เพราะรับประทานง่าย เปื่อยเร็ว ช่วยให้น้ำซุปอร่อยด้วย
ถัดมาเป็น ข่าอ่อน เอามาล้างทำความสะอาด หั่นเป็นแว่น 9 แว่น อย่าให้บางนัก รับประทานแทนผักได้ โดยวิธีเลือก ข่าอ่อน
ให้ดูที่แง่ง ส่วนที่มีต้นข่าติดอยู่ชิดที่สุด คือ ข่าอ่อนให้เลือกตัดมาเฉพาะตรงส่วนนั้น ขณะที่ ข่าแก่ จะสีเข้มกว่า
เอาไปใช้ทำ ต้มยำ จะเข้าท่ากว่าที่เหลือคือ หัวปลี หั่นชิ้นเล็กพอดีคำ, ผักชีฝรั่งกับผักชีไทย
อย่างละ 2-3 ต้น หั่นหยาบไว้โรยหน้า, หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง,หางกะทิ 3 ถ้วยตวง, น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ,
พริกขี้หนูบุบ 5 เม็ด, ตะไคร้ซอย 1 ต้น และ ใบมะกรูดฉีก 3 ใบส่วนกรรมวิธีในการทำเมนู “ต้มข่าไก่” เริ่มจากนำ หางกะทิ
ใส่หม้อขึ้นตั้งไฟกลาง ปล่อยให้เดือดแล้วค่อยใส่ ข่า, ตะไคร้,ใบมะกรูด ลงไป รอจนมีกลิ่นหอมค่อยนำ ปีกไก่กลาง ใส่ลงไป
เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนกระดูกโผล่ ถือเป็นอันใช้ได้ขั้นตอนที่เหลือก็แค่ใส่ หัวปลี พอมองดูว่าสุกค่อยตามด้วย
หัวกะทิ คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ จากนั้นจึงปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสวน, น้ำปลา และ น้ำมะนาว
ตักเสิร์ฟโรยหน้าผักชีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว

Leave a Reply