เข้าสู่เดือนกรกฎาคมเป็นอันรู้กันของพี่น้องชาวไทยว่าฤดูฝนไกลถึงคราวสิ้นสุด
พร้อมผายมือต้อนรับฤดูหนาวที่กำลังจะก้าวเข้ามา
แม้ภูมิอากาศช่วงหลังของประเทศจะค่อนข้างแปรปรวน
แต่หนึ่งในสถานที่ที่ยังคงดีต่อใจ ย่อมหนีไม่พ้น ภูหินร่องกล้า
ภูหินร่องกล้า มีเนื้อกว้างใหญ่กว่า 307 ตารางกิโลเมตร หรือ
191,875 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ อ.เขาค้อ
จ.เพชรบูรณ์, อ.ด่านซ้าย จ.เลย, อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2527
โดยก่อนหน้าที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
“ภูหินร่องกล้า” ถือเป็นสมรภูมิสู้รบอันยาวนานระหว่าง
ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ กับ ฝ่ายกองทัพรัฐบาล
ซึ่งต่อสู้ตามอุดมการณ์ของแต่ละฝ่ายยาวนานกว่า 15 ปี
ซึ่งยังมีการเก็บอนุสรณ์แห่งความทรงจำไว้มากมาย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน “ภูหินร่องกล้า”
ได้เปลี่ยนจากสมรภูมิมาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนทั่วประเทศ
ซึ่งแห่แหนกันเดินทางไปชมธรรมชาติอันสวยงามในช่วง
“ปลายฝนต้นหนาว” หรือ
ปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
ซึ่งด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน
และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,614 เมตร
ทำให้อากาศที่ “ภูหินร่องกล้า” หนาวเย็นเกือบตลอดปี
โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อุณหภูมิจะลดต่ำลงประมาณ 4 องศาเซลเซียส
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ “ภูหินร่องกล้า”
จะกลายเป็นสถานที่ขวัญใจของพี่น้องชาวไทยในการเดินทางไปชมทะเลหมอก
หรือจะชมความงามของ “วากุระเมืองไทย”
อย่าง ต้นพญาเสือโคร่ง ที่ ภูลมโล บนเหนือที่กว่า 1,200 ไร่
นอกจากนี้ยังสามารถตั้งกล้องชมความงามของพระอาทิตย์ขึ้นและ
ตกดินที่ ลานหินปุ่ม ที่ต้องเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติขึ้นไป 2
กิโลเมตร หรือ จุดที่สูงที่สุดของภูหินร่องกล้า อย่าง ภูแผงม้า
ที่สามารถขับรถเข้าไปจอดได้เลย เท่านั้นไม่พอ
คุณยังสามาถชมความงามของโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า
ด้วยการปล่อยใจพักกายไปกับ ทุ่งดอกกระดาษ ที่จะขึ้นเรียงรายตลอดแนว 5 ผา ได้แก่
ผาบอกรัก, ผาสลัดรัก, ผารักยืนยง, ผาคู่รัก และ ผาไททานิค
ส่วนใครอย่างลองเล่นน้ำตกเย็นเฉียบ “ภูหินร่องกล้า”
ก็มีแลนด์มาร์คใหญ่ให้ได้หย่อนขาตีน้ำกัน 2 จุด
ที่สวยงามไม่แพ้กัน คือ น้ำตกกังหันน้ำ
ซึ่งอยู่บริเวณโรงเรียนการเมืองการทหารของกลุ่มคอมมิวนิสต์
ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
หรือจะเดินทางไป น้ำตกหมันแดง ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก
และมีความสูงมากถึง 32 ชั้น
แต่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวชมความงามเพียง 9 ชั้น
ซึ่งนอกจากน้ำตกที่สวยงามแล้ว คุณยังสามารถพบเจอ
ดอกลิ้นมังกร ที่บานสะพรั่งได้ทั่วบริเวณน้ำตก
ดังนั้น ปลายเดือนกรกฎาคมต่อเนื่องต้นเดือนพฤศจิกายน
ใครมีโปรแกรมว่างและต้องการสัมผัสธรรมชาติพร้อมสูดโอโ
ซนให้เต็มปอด “ภูหินร่องกล้า” คือสถานที่ชาร์จแบตชีวิตอันดีเยี่ยม
แถมยังห่างจากกรุงเทพไม่มากนัก ขับรถเพียง 6 ชั่วโมงก็ถึง
ตัวเลือกนี้ใครปฏิเสธถือว่าพลาด

Leave a Reply