Blog

  • เชิญไปชม 3 คาเฟ่สุดคูลที่แตกต่างสไตล์ แต่รสชาติยอดเยี่ยม

    บางครั้งการทำงานเหนื่อยๆก็คงมีหลายคนที่อยากจะหาสถานที่นั่งจิบชาหรือกาแฟชิลๆยามบ่ายหรือยาม
    ที่มีเวลาว่างก็อาจจะอยากเข้าไปนั้ช่งหาเครื่องดื่มบรรยากาศดีๆตามร้านคาเฟ่ต่างๆ
    ซึ่งในปัจจุบันเรียกได้ว่ามีร้านชนิดนี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
    และบางร้านก็มีสไตล์การตกแต่งรวมไปถึงเมนูที่แตกต่างกันออกไป เราจึงขอแนะนำ 3 คาเฟ่น่านั่งมาให้คุณได้ดูกัน

    Hookrajongcafe
    เปิดชื่อมาคงไม่แปลกหากจะมีบางคนนึกไปถึงว่าร้านนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ อุดร แต้พานิช
    สุดยอดนักพูดคอมเมดี้ชื่อดังของเมืองไทย
    เพราะในเดี่ยวภาคก่อนหน้านี้เคยมีวลีเด็ดอย่างหูกระจงควรปลูกห่างจากตัวบ้านมาแล้วจนกลายเป็น
    คำยอดฮิตไปทั่วประเทศ ซึ่งเป็นคำที่คล้ายกับชื่อของร้านนี้
    แต่ทางร้านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดเพียงแต่มันถูกตั้งอยู่ใต้ต้นกระจงนั่นเอง
    สำหรับบรรยากาศที่นี่มีความร่มรื่นอากาศเย็นสบายแม้จะนั่งโซนด้านนอกร้านก็ตาม
    ขณะที่การดีไซน์จัดว่าดูอยู่ในโหมดน่ารักเน้นสีขาวเป็นโทนหลักพร้อมด้วยบานกระจกที่มีอยู่เต็มร้าน
    ส่วนขนาดจัดว่าเป็นคาเฟ่ที่ไม่ได้ใหญ่มาก
    แต่ร้านนี้มีสองชั้นด้วยกันทางขึ้นถูกออกแบบเป็นบันไดวนดูสวยงามให้อารมณ์หรูหราไปอีกแบบ
    ส่วนเมนูก็มีให้เลือกมากมายสำหรับของหวานไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มหรือเบเกอรรี่ที่พร้อมให้คุณได้ไปลิ้มรสชาติกันั ซึ่งราคาส่วนใหญ่จัดว่าไม่แพง

    Wood Café
    ใครที่ชื่นชอบคาเฟ่ที่มีการตกแต่งไม่เหมือนใคร
    และชื่นชอบแนวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติต่องอย่างพลาดร้านนี้ด้วยประการทั้งปวง โดยWood Caféดีไซน์ออกมาได้คูลสุดๆ
    และมีความเป็นตัวเองสูงมากๆอย่างที่เห็นทั่วๆไปคาเฟ่มักถูกดีไซน์ออกแนวน่ารักสดใสเน้นโทนสว่างหรือ
    บางที่มาในแบบลอฟฟ์ปูนเปลือย แต่ที่นี่ร้านให้ความวินเทจ และเป็นธรรมชาติสุดๆ
    เพราะตั้งแต่ทางเข้าหน้าร้านถูกตกแต่กด้วยไม้เลื้อยชนิดต่างๆดูมีความลึกลับน่าค้นหาจะว่าไปมองเผินก็เหมือนบ้านฮอบบิทในภาพยนตร์เรื่องเดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ อยู่เหมือนกัน
    ชณะที่ด้านในของ้รานมีขนาดที่ไม่ใหญ่
    แต่มุมถ่ายรูปเยอะรวมไปถึงรอบๆร้านนั้นสร้างมาจากไม้ทั้งสิ้นดูเข้ากับธรรมชาติสุดที่พิเศษกว่าคือที่นี่จะ
    เปิดให้บริการแค่วันศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์เท่านั้น ส่วนราคาถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับคาเฟ่ทั่วไป

    One Ounce for Onion
    เปลี่ยนสลับมาที่อีกสไตล์หนึ่งบ้าง รานก่อนหน้านี้อาจเหมาะกับคนชอบธรรมชาติ
    แต่สำหรับใครที่ชอบคาเฟ่แบบโล่งๆตกแต่งโมเดิร์นก็ต้องมาที่ร้าน One Ounce for Onion
    การมาที่นี่เดินทางง่ายมากๆเพียงนั่ง BTS มาลงสถานีเอกมัยก็จะเจอร้านทันที
    การตกแต่งนอกจากจะเป็นโมเดิร์นยังถูกจัดให้เป็นคาเฟ่สไตล์เอาท์ดอร์แถมมีเมนูคาวหวานให้เลือกทานหลายเมนุเลยทีเดียว…

    READ MORE
  • ร่ำรวยโภชนาร้านเหลาราคาย่อมเยาว์แถวอุดมสุข

    สำหรับอาหารจีน ใครๆต่างก็ยกย่องว่าคือสุดยอดอาหารที่อร่อย และมีวิธีการทำ ที่ทำให้รสชาดอาหารออกมาสุดยอด ภัตาคาร
    อาหารจีนส่วนใหญ่มักจะมีราคาแพงจนไม่สามารถแตะต้องได้ แต่ก็มีร้านที่ อร่อย และราคาค่อนข้างจะย่อมเยาว์
    และอยู่ไม่ไกลแถมเดินทางสะดวกนั้นคือ ร้าน ร่ารวย โภชนา ที่ตั้งอยู่บนถนนอุดมสุข
    ที่ชาวบางนาอาจจะเคยได้ยินชื่อมาก่อนแล้ว วันนี้เราจะไปแนะนำอาหารเหลา ที่ราคาไม่แพง และไปกินกันได้ เมนูขึ้นชื่อคือ
    เป็ดปักกิ่ง ที่มีเนื้อที่ปรุงตามสั่งได้เลย นอกจากนี้ยังมีหมูหันอีก
    ร้านอาหารร้านนี้ถือว่าเป็นร้านดังที่เคยออกรายการทีวีมาแล้วมากมาย
    ไม่แปลกถ้าเกิดว่าคุณจะเคยได้ยินชื่อของร้านอาหารร้านนี้มาก่อน แต่ว่าบอกเลยว่าร้านนี้ มีรสชาดและราคาที่ไม่ธรรมดา
    จนเราต้องมารีวิวให้ทุกคนได้ฟังกัน
    มารู้จักร้านนี้กันเลย เริ่มจาก ตำแหน่งร้านร่ำรวยโภชนา อยู่ระหว่างซอยอุดมสุข 56/1 ค่ะ ซึ่งสามารถเข้าได้2ทาง
    ตัวร้านจะอยู่บริเวณด้านหลังของซอยนี้ค่ะ สามารถสังเกตุป้ายของทางร้านได้ทั้ง2ซอย
    โดยด้านหลังเชื่อมถึงกันเมนูเซ็ตโต๊ะจีนปลาเก๋ามุกมังกรที่เป็นเมนูเซ็ตใหม่ของทางร้านกันค่ะซึ่งเซ็ตนี้จะเน้นไปยังปลาเก๋ามุกมังกรที่มีจุดเด่นเรื่องความสด
    เนื้อแน่น หนังหนากรุบกรอบและเนื้อหวาน
    ที่นำมาทำหม้อไฟ2น้ำซุปให้ลูกค้าได้ลองเลือกทานกันค่ะ ซึ่งโต๊ะจีนเซ็ตหม้อไฟปลาเก๋ามุกมังกรนี้สามารถสั่งเป็นชุดแยกก็ได้
    จุดเด่นของร้าน ร้านร่ำรวยโภชนา เป็นร้านอาหารจีนบริการโต๊ะจีนที่ราคาเริ่มต้นที่ 1,500บาท ซึ่งถือว่าไม่แพง
    รวมถึงนอกจากอาหารชุดโต๊ะจีนแล้ว ยังมีบริการอาหารจีนอื่นๆด้วย คุณภาพและการบริการผ่านแน่นอน
    จากที่สอบถามหลายๆท่านพบว่า มีลูกค้าประจำเยอะมาก วันที่ไปเห็นมีลูกค้าประจำทะยอยมากช่วงเที่ยงๆบ่ายๆหลายโต๊ะเลย
    มีเมนูเด่นที่ประทับใจวันนี้ เป็นเมนูหม้อไฟปลาเก๋า ตัวเนื้อปลาเก๋าเด้งและแน่นไม่คาว หนังมีความเด้งหนึบๆทานแล้วเพลินมาก
    รวมถึงทางร้านปรุงน้ำซุปพริกไทยดำออกมาได้ถึงเครื่องมากๆ ซดแล้วมีความหอม เผ็ดร้อน แต่ไม่เผ็ดจนขมเสียรส
    ถือว่าเป็นเมนูที่เหมาะจะพาผู้ใหญ่ที่บ้านมาใช้บริการซักครั้งเลย นอกจากอาหารอร่อยแล้ว มีที่จอดรถและห้องน้ำสะอาดมาก
    อ่านถึงตรงนี้น้ำย่อยของหลายคนอาจจะเริ่มทำงานแล้ว เพราะฉะนั้นออกไปลุยได้เลย ไปแล้วอย่าลืมสั่งเมนู เป็ดปักกิ่ง นะ…

    READ MORE
  • 3 ที่เที่ยวขึ้นชื่อแห่งชุมพร

    แน่นอนว่า หากพูดถึง ทะเล คนส่วนใหญ่ จะนึกถึงจังหวัดอย่าง กระบี่ , ภูเก็ต และ ตรัง หรือจะเป็น ชลบุรี และ ระยอง
    ในฝั่งภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่า ประเทศไทยที่ยังมีอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ
    จังหวัดชุมพร นอกจากมีทะเลที่สวยงามเช่นกัน จังหวัดแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติทั้ง ภูเขา และ ป่าไม้ นี่คือ 3
    ที่เที่ยว ที่ใครมาเยือน ชุมพร แล้วต้องไป
    เริ่มกันที่ หมู่เกาะทะเล ชุมพร แน่นอนว่า เพียงแค่ฟังชื่อ ก็รู้อยู่แล้วว่า ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งกับนักท่องเที่ยวสายทะเล
    ชอบดำน้ำ ดูปลา และ ดูความสวยงามของปะการัง โดย ที่แห่งนี้ มีเกาะเรียงรายมากกว่า 40 เกาะ
    เต็มไปด้วยความงดงาม และ อุดมสมบูรณ์ของธรรชาติ โดยส่วนใหญ่นั่งท่องเที่ยว จะไปที่ เกาะทะลุ , เกาะใหญ่ และ
    เกาะน้อย รวมถึงยังมีเกาะอื่นๆที่รอให้ทุกคนไปค้นหา
    ต่อมาเป็น หาดทรายรี โดยเชื่อหรือไม่ว่า ที่นี่แห่งนี้นอกจากสวยงาม สะอาด และ เงียบสงบแล้ว
    ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่เชิงประวัติศาสตร์มากมาย เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของชุมพร
    มีแนวชายหาดที่ทอดยาวไปตามโค้งอ่าวอย่างสวยงาม ทำให้เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ
    ยังสะดวกสบายทั้งในแง่ที่พักและอาหารการกินอีกด้วย
    สุดท้ายเป็น วัดพระธาตุสวี โดยวัดแห่งนี้ มีความโดดเด่นมี ลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมเลียนแบบพระบรมธาตุเจดีย์
    แห่งจังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาและได้มีการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง
    ขณะที่ปัจจุบันนั้น มีพระบรมธาตุสวีมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยม 2 ครั้ง ฐานชั้นล่างกว้าง
    8.50 เมตร ประดับด้วยซุ้มรูปช้างโผล่ศรีษะและขาหน้า เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งสถานที่เรียบง่าย แต่ต้องมา
    อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากทั้งหมดที่เรายกตัวอย่างและสาธยายมาแล้วนั้น เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า จังหวัดชุมพรแห่งนี้
    ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆมากมาย ที่รอให้ทุกคนเดินทางมาค้นหาด้วยตัวเอง
    เชื่อเราสิ.. หากคุณไป ชุมพร ครั้งหนึ่ง แล้วจะคิดถึงตลอดไป…

    READ MORE
  • ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มข่าไก่

    ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเมนู “ต้มข่าไก่” มีต้นกำเนิดเมื่อไร แต่ที่แน่ๆ
    นี่คืออีกหนึ่งอาหารขึ้นชื่อของชาวไทย ที่ดังไกลไปทั่วโลกถูกปากคนทุกสัญชาติไม่ต่างจากต้มยำของบ้านเรา
    เพียงแค่เมนูชนิดนี้ปรับมาใส่กะทิลงไปแต่เครื่องเคราแทบเหมือนกันทั้งหมดความจริง ต้มข่า
    เป็นเมนูที่สามารถใช้เนื้อสัตว์หลายชนิดปรุงได้แต่ที่นิยมมากที่สุดคือ ไก่ พร้อมใส่ข่าอ่อนหั่นแว่นบางๆ
    มีวัตถุดิบที่ใช้เพิ่มกลิ่นคือ ตะไคร้ และ ใบมะกรูดปรุงรสเค็มด้วยน้ำปลาหรือเกลือ มีรสเปรี้ยวที่ได้จากน้ำมะนาว
    และรสเผ็ดจากพริกขี้หนูสด ส่วนรสหวานจากกะทิโดยไม่ต้องใส่น้ำตาล
    ซึ่งปัจจุบันเมนู “ต้มข่าไก่”กลายเป็นอาหารทั่วไปที่สามารถหาทานได้ตามท้องตลาด
    และมีราคาไม่แพง ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะหา “ต้มข่าไก่”ที่ใช้สูตรดั่งเดิมแท้ๆ เนื่องจากต้องพิถีพิถันในการปรุง
    และในปัจจุบันได้มีการเพิ่มผักบางชนิดลงไปด้วยแล้ว “ต้มข่าไก่” สูตรโบราณดั่งเดิมมีวิธีการปรุงอย่างไร
    บทความนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อมกันเริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบหลัก นั่นคือ ไก่ ปกติจะใช้เนื้อทั้งตัว
    แต่หากต้องการให้เป็นแบบโบราณ จะเน้นไปที่ ปีกกลางไก่เพราะรับประทานง่าย เปื่อยเร็ว ช่วยให้น้ำซุปอร่อยด้วย
    ถัดมาเป็น ข่าอ่อน เอามาล้างทำความสะอาด หั่นเป็นแว่น 9 แว่น อย่าให้บางนัก รับประทานแทนผักได้ โดยวิธีเลือก ข่าอ่อน
    ให้ดูที่แง่ง ส่วนที่มีต้นข่าติดอยู่ชิดที่สุด คือ ข่าอ่อนให้เลือกตัดมาเฉพาะตรงส่วนนั้น ขณะที่ ข่าแก่ จะสีเข้มกว่า
    เอาไปใช้ทำ ต้มยำ จะเข้าท่ากว่าที่เหลือคือ หัวปลี หั่นชิ้นเล็กพอดีคำ, ผักชีฝรั่งกับผักชีไทย
    อย่างละ 2-3 ต้น หั่นหยาบไว้โรยหน้า, หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง,หางกะทิ 3 ถ้วยตวง, น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 6 ช้อนโต๊ะ,
    พริกขี้หนูบุบ 5 เม็ด, ตะไคร้ซอย 1 ต้น และ ใบมะกรูดฉีก 3 ใบส่วนกรรมวิธีในการทำเมนู “ต้มข่าไก่” เริ่มจากนำ หางกะทิ
    ใส่หม้อขึ้นตั้งไฟกลาง ปล่อยให้เดือดแล้วค่อยใส่ ข่า, ตะไคร้,ใบมะกรูด ลงไป รอจนมีกลิ่นหอมค่อยนำ ปีกไก่กลาง ใส่ลงไป
    เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนกระดูกโผล่ ถือเป็นอันใช้ได้ขั้นตอนที่เหลือก็แค่ใส่ หัวปลี พอมองดูว่าสุกค่อยตามด้วย
    หัวกะทิ คนให้เข้ากันแล้วปิดไฟ จากนั้นจึงปรุงรสด้วยพริกขี้หนูสวน, น้ำปลา และ น้ำมะนาว
    ตักเสิร์ฟโรยหน้าผักชีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว…

    READ MORE
  • ล่องเรือกินปลาน้ำโขงที่บึงกาฬ

    การท่องเที่ยวเชิงนิเวศถือว่าเป็นที่รับได้ความนิยมสำหรับวัยรุ่นยุคใหม่เช่นเดียวกับ บึงกาฬ จังหวัด 77
    ของประเทศไทยที่กำลังเป็นจุดที่น่าสนทั้งการท่องเดียวเชิงชีวภาพที่เน้นการศึกษาสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
    ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกยกให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยการเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิตในระแบบนิเวศ ชุมชน ประเพณี
    และ วัฒนธรรมซึ่งบึงกาฬถือเป็นจุดที่ดึงดูดการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่มีความเก่าแก่แม้จะเพิ่งถูกยกให้กลายเป็นจังหวัดน้องใหม่
    การท่องเที่ยวขึ้นชื่อว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับชีวิตนักท่องเที่ยวจึงสัมผัสกับการผจญภัยควยคู่กับการสำรวจธรรมชาติ
    ทั้งการดำรงชีวิตในแถบลุ่มน้ำโขง ตามลอยวัฒนธรรมเกี่ยวกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับพญานาค หรือ แม้กระทั่งประเพณีแข่งเรือยาวที่ บึงกาฬ
    ซึ่งถือเป็นประเพณีเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด
    ตลอดจนการดำรงชีวิตของผู้น้องชาวแถบลุ่มแม่น้ำโขงที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติ
    และมีลักษะเป็นแผ่นดินที่สามารถเดินท่องไปท่องเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสปป.ลาว
    ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแหล่งท่องแถวที่เดินทางมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและเรียนรู้ตลอดปีอีกด้วย
    แนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตของบึงกาฬปัจจุบันหลายพื้นที่ในประเทศไทยมีการหมุนเวียนผลัดกันท่องเที่ยวในพื้นที่หลายจังหวัด
    ตามฤดูกาลการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้รับความนิยมอย่างสูงไม่ใช่ในไทยหลายประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน
    เนื่องจากสดคล้องกับกระแสอนุรักษณ์นิยมอีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ
    และทำให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในแถบลุ่มน้ำโขงเช่นเดียวกับบึงกาฬให้สนใจการอนุรักษ์
    รวมทั้งปลุกจิตสำนึกในการซึ่งที่ผ่านมาการกระทำนั้นสวนทางกันมากเพราะหากมีแหล่งท่องเที่ยวเกิดใหม่นั้นอาจจะทำให้ระบบนิเวศแถบนั้นดูเสื่อมโทรม
    กันเข้าไปขณะการออกมาท่องเที่ยวที่ บึงกาฬ
    ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดูแข็งแกร่งเพราะรายได้ส่วนหลักของชาวแทบลุ่มน้ำโขงนั้นล้วนมาจากการทำไร่นา ออกเรือแล่นหาปลา
    และยังถือว่าหากมาเที่ยวนี่แล้วชาวบ้านยังจะมีรายได้เข้ากระเป๋าและยังได้เรียนรู้จากปากคนทำแหล่งธรรมชาติที่แท้จริงอีกด้วย…

    READ MORE
  • 6 ร้านดังประจำเยาวราชที่สืบทอดตำนานหลายสิบปีตอน 2

    ก่อนหน้านี้เราได้แนะนำ 3ร้านดังเยาวราชที่เป็นตำนานเคียงคู่ย่านการค้าแห่งนี้มาแล้วมาคราวนี้ติดตามใน 3
    อันดับสุดท้ายกันบ้างกับ 3 ร้านดังระดับตำนานแห่งดินแดนอาหารรสเลิศเยาวราช

    ร้านก๋วยจั๊บอ้วนโภชนา
    ก๋วยจั๊บจัดเป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนไทยหลายคนชื่นชอบรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติบางคนก็ชื่นชอบอาหาร
    ชนิดนี้เราจึงขอแนะนำร้านก๋วยจั๊บอ้วนโภชนา ที่จะทำให้การกินก๋วยจั๊บอร่อยยิ่งขึ้น
    โดยร้านนี้ตั้งอยู่หน้าทางเข้าโรงหนังทำให้สามารถสังเกตุมองหาร้านได้ง่ายตัวร้านแม้จะไม่ใหญ่มาก
    และยังคงความดั้งเดิมเอาไว้เหมือนสมัยที่เปิดบริการลูกค้าแรกๆในยุคก่อนเก่า
    แต่ลูกค้าที่นี่ต้องบอกว่าแน่นเอี๊ยดทุกวันไม่มีขาดสาย
    โดยเส้นก๋วยจั๊บมีความเหนียวนุ่มผ่านการนวบแบบพิถีพิถันทำให้อร่อยไม่เหมือนใครอีกทั้งน้ำซุปจัดว่าเด็ดสุดๆมีความกลมกล่อม
    และหอมเตะจมูกมาแต่ไกลส่วนเครื่องต่างๆก็ให้แบบไม่มีอั้นทำให้ร้านนี้ครองใจลูกค้าหลายคนมาอย่างยาวนานนั่นเอง

    หมู-เอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน
    ใครชื่นชอบการเดินทางสตรีทฟู้ดส์แถบนี้ก็ต้องแวะไปชิมร้านนี้กันสักครั้งกับ หมู-เอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน
    ที่คุณจะเห็นร้านนี้มาแต่ไกลด้วยจำนวนคนที่ยืนต่อคิวยาวเป็นหางว่าวนั่นเอง โดยร้านหมู-เอ็นตุ๋น น้ำแดงหม้อดิน
    นั้นถือเป็นเจ้าเก่าแก่ของเยาวราชแม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนจากการใช้หม้อดินมาเป็นชามกระเบื้อง
    แต่ก็ยังคงรสชาติเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี
    สำหรับหมูถูกตุ๋นจนเปื่อยเมื่อเอาเข้าปากก็แทบจะไม่ต้องเคี้ยวเลยทีเดียว
    ส่วนเอ็นก็ใช้กรรมวิธีเดียวกันทำให้มีความนุ่มหอมอร่อยแถมยิ่งเสิร์ฟพร้อมกับน้ำแดงที่หอมรสชาติ
    กลมกล่อมก็ยิ่งช่วยเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกต่างหาก
    และด้วยราคาที่ไม่แพ้แถมอร่อยทำให้การมาที่นี่ต้องถึงขั้นรับบัตรคิวกันเลยทีเดียว

    บะหมี่มังกรขาว
    ชื่ออย่างเท่ห์สำหรับร้านนี้กับบะหมี่มังกรขาวที่ต้องบอกว่าแม้ในเยาวราชจะเต็มไปด้วยร้านขายบะหมี่มาก
    มาย แต่ร้านนี้ก็ยังคงมีคนนิยมเข้ามาทานกันเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
    โดยสิ่งที่ทำให้คนติดใจร้านนี้คือเส้นบะหมี่ที่เหนีวนุ่ม
    ซึ่งที่นี่เขาผลิตเส้นขึ้นมาเองไม่ใช้เส้นที่ผลิตมาจากโรงงานทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเองเหนียวนุ่มกำลังดีสีก็น่ากิน
    แต่ที่โดดเด่นที่สุดที่ทำให้ร้านนี้ไม่เหมือนใครคือเครื่องที่ใส่ไม่ว่าจะเป็น หมู กุ้ง
    เกี๊ยวต่างๆนั้นล้วนถูกปรุงแต่งมาเป็นอย่างดีทำให้รสชาติเข้าเข้ากันสุดๆเมื่อทานกับน้ำซุปซี่โครงหมูของ
    ทานร้านที่ใช้เวลาเคี่ยวนานจนเป็นซุปรสเลิศพร้อมเสิร์ฟ
    หากใครแวะเวียนมารับรองได้ว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน…

    READ MORE
  • เที่ยวเกาะภูเก็ต ไปที่ไหนดี? ตอนที่ 2

    จากตอนที่ 1 ที่ได้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวไปทั้งหมด 3 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น
    ย่านเมืองเก่าตึกแถวโบราณ อาคารชิโน-โปรตุกีส พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว บ้านชินประชา ในตอนที่ 2 นี้
    เราจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับสายเที่ยวทั้งหลาย อ่านแล้วคุณจะรู้สึกว่าภูเก็ตนี่ควรมาเที่ยวพักผ่อนยาว ๆ เสียจริง
    เพราะที่ท่องเที่ยวเยอะเหลือเกิน

    4. จุดชมวิวเขารัง
    เป็นเนินเขาที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
    สามารถนำรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาได้ โดยขับขึ้นไปตามถนน คอซิมบี้
    ได้เลย ด้านบนสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะภูเก็ตได้อย่างชัดเจน
    ทั้งหลังคาตึกเก่า สะพานหิน อ่าวฉลอง หาดราไวย์ ฯลฯ
    เรียกได้ว่าสามารถชื่นชมความงดงามของเมืองภูเก็ตได้ถึง 360 องศา
    เลยทีเดียว และโดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่นี่จะโรแมนติกมากเป็นพิเศษ
    เนื่องจากจะสามารถมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของบ้านเมืองด้านล่างได้อย่าง
    สวยงามประทับใจสุด ๆ

    5. ตลาดปล่อยของ
    ตลาดนัดสุดบรรเจิดท่ามกลางบรรยากาศกลางแจ้งแบบสบาย ๆ ใน Limelight
    Avenue ใจกลางเมืองภูเก็ต ที่มีพื้นที่สำหรับปลดปล่อยสินค้าไอเดีย
    โดยภายในตลาดจะมีพ่อค้าแม่ขายมาวางของแฮนด์เมดดีไซน์เก๋ ๆ
    แฟชั่นแนว ๆ อาทิ ของที่ระลึกต่าง ๆ สมุดทำมือ หมวก งานศิลปะสุดชิค ฯลฯ
    นอกจากนี้ยังมีอาหารหลากหลายประเภท อาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟและร้านน่านั่งชิลมากมาย
    พร้อมกับเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีของเยาวชน มือสมัครเล่น
    ตลอดจนมืออาชีพที่จะมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันสร้างสีสันให้ได้ครื้นเครงกันตลอดทั้งคืน
    อัดแน่นไปด้วยความความฮิปแบบนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

    6. นั่งเรือกอจ๊าน ชมป่าชายเลน
    เรือกอจ๊านหรือเรือท้ายเป็ด
    เป็นเรือสุดคลาสสิกที่สันนิษฐานว่าน่าจะนำมาใช้ในภูเก็ตพร้อมกับชาวจีน
    ที่เข้ามาดูลู่ทางทำมาหากินในอดีต ซึ่ง กอจ๊านหมายถึงอวนจับปลา
    มีต้นกำเนิดมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
    โดยจะใช้อวนกอจ๊านกับเรือที่สร้างมาโดยเฉพาะ ที่เรียกว่าเรือกอจ๊าน
    ปัจจุบันนับว่าหาดูได้ยาก และมีในจังหวัดภูเก็ตเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
    โดยลักษณะของตัวเรือจะประกอบไปด้วยไม้ทั้งลำและใช้ชัน
    (ยางไม้ชนิดหนึ่ง) ในการยารอยต่อระหว่างพื้นไม้
    ลำเรือจะมีขนาดเล็กสามารถรับน้ำหนักผู้โดยสารได้มากสุด 8 คน
    ขับเคลื่อนโดยใช้ผ้าใบและไม้พายยาว
    จึงทำให้เรือกอจ๊านกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นภูเก็ต
    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งเรือกอจ๊านสัมผัสธรรมชาติทางทะเล
    ชมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
    พร้อมกับแวะดูฝูงลิงแสมที่อาศัยอยู่ในป่าโกงกางกันได้ทุกวัน
    สนใจติดต่อได้ที่ชมรมกลุ่มกอจ้าน (ประมงพื้นบ้าน) ได้เลย

    7. แหลมพรหมเทพ
    แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ใครต่อใครต่างต้องไปเยือนเมื่อไปถึงจังหวัดภูเก็ต
    โดยรอบมีทัศนียภาพที่สวยงาม
    อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
    ไทยเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก
    โดยสุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า
    บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล
    โดดเด่นด้วยต้นตาลที่ยืนตระหง่านเกาะกลุ่มกันอยู่อย่างสวยงาม
    ฉะนั้นใครที่อยากชมแสงสุดท้ายของวันที่สวยที่สุด…

    READ MORE
  • 5 เมืองที่ไม่ควรย่างกายเข้าไปท่องเที่ยว

    หลังจากที่เราได้นำเสนอแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
    ที่น่าสนใจกันไปแล้วมากมายหลายประเทศ
    ซึ่งแน่นอนว่ามีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป
    ตามการอยู่อาศัยของประชากรในประเทศนั้น
    แต่วันนี้มาแปลกของแนะนำ 5 เมืองที่ไม่ใครย่างกายเข้าไปท่องเที่ยว
    ส่วนจะมีเมืองอะไรบ้างนั้นไปดูกันได้เลย
    1.โมกาดิซู ประเทศโซมาเลีย
    สำหรับ โมกาดิซู นั้นเป็นเมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย
    ทางทวีปแอฟริกาตะวันออก เมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน
    เนื่องจากกองกำลังกบฏยึดครองเมือง ส่งผลให้บ้านเมืองไร้กฎหมาย
    ประชากรอดอยาก ถนนหลายสายชำรุด บ้านเมืองถูกทำลาย
    มากมายด้วยกองโจร และเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตาย
    ทำให้เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวไม่ควรที่จะเดินทางไป
    เพราะเต็มไปด้วยอันตราย นอกจากนี้ โมกาดิซู
    นั้นยังอยู่ในสายตาของชาวโลกจากการที่ถูกนำไปสร้างภาพยนตร์สงคร
    ามสุดระทึกอย่าง black hawk down ด้วย
    2.อาคาปุลโก้ ประเทศเม็กซิโก
    อาคาปุลโก้ นั้นเป็นหนึ่งในเมืองของประเทศเม็กซิโก
    ตั้งอยู่บนอ่าวลึกทรงครึ่งวงกลมและได้เป็นท่าเรือตั้งแต่ยุคอาณานิคมใน
    ช่วงต้นของประวัติศาสตร์ของเม็กซิโก
    เป็นสถานที่ยอดนิยมในการพักผ่อนของดาราฮอลลีวูดและมาหาเศรษฐี
    ด้วยความสวยงามเพราะเป็นเมืองท่าที่ติดกันชายฝั่ง
    แต่ทว่าในเมืองนี้นั้นเต็มไปด้วยอันตรายเนื่องจากมีแก๊งค์พ่อค้ายาอยู่จำ
    นวนมาก และปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่ติดสินบน
    ทำให้เมืองแห่งนี้ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนต่างถิ่น
    3.คาลี่ ประเทศโคลอมเบีย

    ขึ้นชื่อว่า โคลอมเบีย ที่ได้ฉายาว่า “โคเคน”
    เป็นแห่งผลิตโคเคนที่ส่งออกไปทั่วโลกอย่างมากมาย
    ซึ่งเราจะรู้จักกันดีในชื่อของหัวหน้าแก๊งค์ยาเสพติดชื่อดังของโลกอย่าง
    ปาโบล เอสโคบาร์ แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปนานแล้ว
    แต่ทว่าความรุนแรงต่างๆที่มีมาหลายชั่วอายุคนแล้วยังมีอยู่
    จึงเปรียบเสมือนนรกบนดินเลยทีเดียว
    4.มาเซโอ ประเทศบราซิล
    มาเซโอ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐอาลาโกอัส
    ประเทศบราซิล เมืองมีแหล่งน้ำและทะเลสาบหลายแห่ง เป็นเมืองท่า
    แน่นอนว่ามีความสวยงามเนื่องจากติดชายฝั่งของทะเล
    จึงมักมีนักท่องเที่ยวไปอาบแดด แต่เมืองแห่งนี้ประชากรจำนวน 135
    คนจาก 100,000 มักเสียชีวิตจากการโดนฆาตกรรม
    ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
    แม้ว่าบราซิลจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของฟุตบอล
    แต่ปัญหาของอาชญากรหรือการปล้นจี้ก็มีอยู่มากไม่แพ้ประเทศอื่นๆ
    5.โอรานจิ ประเทศปากีสถาน
    สำหรับ โอรานจิ
    เป็นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพในตะวันตกเฉียงเหนือของ การาจี
    ประเทศปากีสถาน มีประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน
    เป็นมุสลิมกับชนกลุ่มน้อยหลากหลายวัฒนธรรม
    จึงเป็นเหตุให้ประสบปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติ
    แม้จะมีการรณรงค์ให้ความรู้ แต่ความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นเรื่อยๆ
    จนทำให้ประชาชนชาวปากีสถานจำนวนไม่ต้องเลือกที่จะลี้ภัยไปอยู่ประ
    เทศอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันปัญหาเหล่านี้ก็ยังไม่หมดสิ้นไป…

    READ MORE
  • ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ต้มยำกุ้ง

    ต้มยำกุ้ง ถือเป็นอาหารพื้นบ้านของคนไทย
    แถมยังได้รับการยกย่องให้เป็นอาหารประจำชาติเพราะสามารถหารับประทานได้ทั่วทุกภาค
    ถูกปากทั้งคนไทยทั้งชาวต่างชาติ เพราะรสชาติเข้มข้นลงตัว
    เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ จัดว่าเด็ดที่สุดในโลก
    อย่างไรก็ตาม แม้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารประจำชาติไทย
    แต่ประวัติความเป็นมาของ “ต้มยำกุ้ง” นั้นไม่ค่อยชัดเจน
    ว่ากันว่าเป็นอาหารไทยโบราณที่เกิดขึ้นหลังรับวัฒนธรรมของอินเดีย และ จีน เข้ามาทางเรือสำเภา
    ซึ่งช่วยให้อาหารไทยช่วงนั้นเติบโตขึ้นมากแต่หากจำกัดความของเมนู “ต้มยำกุ้ง” ไว้ที่คำว่า “แกง”
    อาหารชนิดนี้ก็น่าจะเกิดในยุคอยุธยาซึ่งมีมรดกทางวรรณคดีมากมายที่บ่งบอกถึงมติทางสังคมและ
    วัฒนธรรมของอาหารการกินของชาวไทยในยุคนั้นโดยคาดกันว่าการทำ “ต้มยำกุ้ง” ในระยะแรก อาจใช้น้ำปลา
    ใส่สมุนไพรจำพวก ใบนาก ตะไคร้ ข่าแก่ ซึ้งมีวัตถุประสงค์ในการดับคาวกุ้งหรือเนื้อสัตว์ที่ใช้ทำต้มยำ ส่วน
    ตะไคร้ ทุบเพื่อให้มีน้ำมันออกมาและเกิดกลิ่นมากกว่าการหั่นแฉลบ จะใส่เมื่อน้ำเดือด
    เพื่อให้ได้กลิ่นนอกจากนี้ การใส่ ตะไคร้ ที่ทุบไม่ใช่หั่นแฉลบ
    ยังช่วยให้น้ำแกงไม่เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวด้วย เช่นเดียวกับ ข่าแก่
    ที่หั่นบางๆ ใส่ขณะที่น้ำแกงเดือด จะทำให้น้ำแกงเกิดความหอม
    ส่วน เนื้อสัตว์ต่างๆ จะใส่เป็นขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากสุกเร็ว
    ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ เล่าให้ฟังถึงการทำต้มยำกุ้งน้ำใส
    ว่าเมื่อคัดกุ้งก้ามกรามที่มีขนาดตัวเขื่อง ตาใส
    มีก้ามกรามเป็นสีฟ้าสวย ให้นำไปล้างให้สะอาด
    ตัดก้ามกรามและขาออกทั้งหมด ตัดกรีกุ้งออกจากท้องปอกเปลือกทิ้งส่วนหัวไว้ทั้งเปลือก ก่อนรวมทิ้งน้ำ
    เหลือส่วนหางไว้ใช้ปลายมีดแหลมกรีดเล็กน้อยจากนั้นเขี่ยเส้นสีดำกลางหลังกุ้งออก
    กุ้งที่นำมาทำต้มยำกุ้งไม่ต้องผ่าหลังเมื่อตั้งน้ำบนเตาไฟจึงเริ่มปอกหัวกุ้ง
    ใช้มีดกรีดด้านเนื้อบนเพื่อดึงส่วนสกปรกบริเวณหัวออกจะไม่ทำให้มันกุ้งแตกกระจาย
    เมื่อใส่ลงในน้ำเดือด ที่มีสมุนไพร ข่า ตะไคร้ ที่ใส่ก่อนหน้านี้
    มันกุ้งจะแตกตัวออกเอง และลอยอยู่ในน้ำแกงเป็นสีชมพูออมส้มออกสวยงาม ใส่น้ำปลา พริกขี้หนูบุบ
    แล้วยกลงจากเตา บีบมะนาว โรยผักชีหั่นฝอย รวมทั้งยอดผักชี
    เมื่อตักใส่ชามแกงเจ้านายท่านเสวยแบบนี้ กุ้งมาจากที่ใดก็ได้ขอให้สดและขนาดกำลังพอดี เป็นอันอร่อยเหาะ
    ขณะเดียวกัน น้ำพริกเผา ที่ใส่ในน้ำต้มยำกุ้งไม่ใช้น้ำพริกเผาแบบที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
    มีการผัดและเตรียมเก็บไว้ ใช้สำหรับทำต้มยำกุ้ง ยำ ข้าวผัด หรือทาขนมแป้ง แต่ละชนิดมีความต่างในการจัดทำทั้งสิ้น
    ปัจจุบันนิยมรับประทานน้ำพริกเผาที่ซื้อสำเร็จและนิยมใส่นมข้นจืดกับน้ำมันน้ำพริกเผาลงในต้มยำกุ้ง
    และมักจะอ้างว่าเป็นตำรับชาววังเสมอ ทั้งที่ไม่ใช่เลย…

    READ MORE
  • 10 ที่พักสุดชิลล์ ในถิ่น “บางแสน”

    ใครที่จะไปเที่ยวจังหวัดชลบุรี ไม่ควรที่จะพลาดไป “บางแสน”
    เป็นถิ่นที่ตั้งสถานที่ท่องเที่ยวอย่างมากมายได้อย่างครบถ้วน
    บวกด้วยบรรยากาศชิลล์ๆ นั่งตากลมชมทะเลผ่อนคลายร่างกาย
    ในวันหยุดพักผ่อน ไม่เพียงแค่บรรยากาศเท่านั้น แต่ยังมีที่พักสวยๆ
    และมีความชิลล์ไม่แพ้กับการนั่งอยู่บนชายหาด ไปดูกันว่ามีที่ใดบ้าง

    1. Bai Bua Beach Resort
    มีห้องพักสวยๆ ตกแต่งสไตล์คอตเทจ สัมผัสกลิ่นอายทะเลอย่างใกล้ชิด
    มีสระว่ายน้ำติดทะเล สามารถมานั่งชิลล์ริมสระ รอดูพระอาทิตย์ตกดิน
    ฟินกันในยามเย็น

    2. Kalm Bangsaen Hotel
    หนึ่งในโรงแรมที่พักสุดสวยๆ มีการตกแต่งแบบโมเดิร์น
    มีสระว่ายน้ำติดกับห้องพัก
    แบบที่สามารถเปิดประตูมาแล้วกระโดดลงสระรับความสุขไปเต็มๆ

    3. Sea Sand Trees
    “ซี แซนด์ ทรี” ที่พักบางแสนติดทะเล ติดกับ หาดวอนนภา
    วิวสวยรับลมทะเล โดดเด่นในเรื่องการตกแต่งห้องพักแต่ละห้องที่ไม่เหมือนกัน
    เพื่อที่จะให้ผู้ที่มาพักกันไม่เกิดความเบื่อ เมื่อได้มาพักที่นี่กันอีกครั้ง

    4. Bangsaen Heritage Hotel
    โรงแรมสไตล์ไทยโมเดิร์น มีการตกแต่งที่ เรียบง่าย แต่มีความหรู
    มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะแก่การพาครอบครัวมาพักผ่อน
    และสะดวกสบายที่จะเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย

    5. Panitar Haus
    โรงแรมติดชายหาดสัมผัสรับลมบรรยากาศทะเลแบบใกล้ชิด
    ตกแต่งแบบโมเดิร์นเรียบง่าย แต่ดูหรู มีสระว่ายน้ำอยู่ด้านบนดาดฟ้าของที่พัก
    พร้อมชมวิวสวยๆ กัน

    6. The Tide Resort
    รีสอร์ทท่ามกลางสวนสวย บรรยากาศดี ร่มรื่น
    มีสไตล์การตกแต่งแบบไม่มีใครเหมือน สัมผัสรับลมทะเลแบบใกล้ชิด
    มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนชิลล์ๆ
    หลุดพ้นจากความวุ่นวาย

    7. Sikhara Plago Resort
    “สิกขรา พลาโช่ รีสอร์ท” ที่พักบางแสนสุดชิลล์บนหาดส่วนตัว ติดทะเล
    ในสไตล์โมเดิร์น มีร้านอาหารริมทะเลให้คอยบริการ
    ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและสุดแสนโรแมนติก

    8. Marina Sea View Bangsaen
    “มารีน่า ซี วิว บางแสน” ที่สามารถนั่งมองวิวทะเลกันแบบเพลินๆ
    ได้จากในห้องพัก เป็นโรงแรมขนาดเล็ก ตกแต่งด้วยสีโทนพาสเทล เรียบง่าย
    น่าไปพักผ่อนสุดๆ

    9. Coasta Bangsaen
    “โคสต์ต้า บางแสน” ติดเลียบหาดวอนนภา
    มีการตกแต่งด้วยสีสันที่สดใสสไตล์วินเทจและดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร
    มีสระว่ายน้ำ พร้อมกับชมวิวทะเลสวยๆ

    10. The Sez Hotel
    โรงแรมสวยสไตล์โมเดิร์นที่ชิลล์สุดๆ
    มีห้องพักให้เลือกหลายแบบไว้คอยรองรับผู้ที่มาพักกัน
    มีสระว่ายน้ำที่มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร และยังมีมินิบาร์เอาไว้นั่งชิลล์ๆ
    ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ริมชายหาดในยามค่ำคืน…

    READ MORE