Blog

  • ร้านอร่อยแปดริ้ว อร่อยชิล ชวนลอง – 2

    ท่องเที่ยว-ที่พัก-ร้านอาหาร

    1. ร่มไม้สายธาร
      อำเภอบางคล้า ถือเป็นแหล่งรวมร้านอาหารเด็ดๆ จำนวนมากของจังหวัดฉะเชิงเทรา
      ร้านต้นไม้เยอะ ร่มรื่น บรรยากาศดี ติดริมน้ำ น่านั่ง มาพร้อมเมนูอาหารหลากหลาย
      ไม่ว่าจะเป็นออส่วนกระทะร้อน แป้งเหนียวนุ่ม รสกลมกล่อม ปลากะพงทอดราดน้ำปลาสด ทอดกรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับมะม่วงยำ อร่อยลงตัว และ แกงส้มชะอมทอดรสชาติกลมกล่อม น้ำแกงส้มเข้มข้น กุ้งสดแน่น มาช่วงกลางวันก็ได้บรรยากาศ
      มาช่วงค่ำก็ชิลๆ
      พิกัด : ซอยพระสถูปเจดีย์ (พระสถูปเจดีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ปากน้ำ ,
      บางคล้า , ฉะเชิงเทรา
      เบอร์ติดต่อ : 038-542-794, 086-155-7111, 081-488-1222
      เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 10:30 – 23:00
    2. กินลมชมน้ำ บางคล้า
      ร้านกินลมชมน้ำ บางคล้า ที่จอดรถสะดวก เป็นร้านที่มาใหม่ ตกแต่งสบาย ๆ
      สดชื่นด้วยบรรยากาศริมน้ำ อาหารน่าสั่งมาทานหลายอย่าง ทั้งข้าวผัดปู
      ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลาสามรส ห่อหมกมะพร้าวอ่อน กุ้งแช่น้ำปลา
      ผัดยอดมะระแม้วใส่เห็ดหอม ปลาหมึกทอดกระเทียม และยำรวม ทั้งยำหอยแครง
      ยำปลาหมึกสด อาหารถูกปาก รสชาติใช้ได้ ราคาไม่แพง มาพร้อมกับบรรยากาศชิลล์ๆ ยามเย็นริมแม่น้ำ เป็นอีกร้านที่แนะนำจริงๆ สำหรับใครที่ได้แวะมาอำเภอบางคล้า
      พิกัด : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3121 สายบางคล้า – แปลงยาว
      (อยู่ติดริมแม่น้ำบางประกง) บางคล้า , บางคล้า , ฉะเชิงเทรา
      เบอร์ติดต่อ : 097-994-6624
      เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 11:00 – 23:00
    3. กุ้งนาง
      หลายๆ คนที่ได้แวะมาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จะต้องแวะมาร้านนี้บ่อยๆ
      เพราะจอดรถสะดวก อาหารอร่อย สด เร็ว บริการดี แถมราคาไม่แพง
      มีเมนูเด็ดอย่างปลากะพงทอดน้ำปลา ปลาตัวใหญ่ หั่นเป็นส่วนแล้วทอด น้ำราดอร่อย
      ถูกใจหลาย ๆ คน รวมถึงทีเด็ดอย่างกุ้งเผาที่ผ่าครึ่งมาให้ มันเยิ้ม ๆ
      มีน้ำจิ้มมาให้แบบอร่อยถึงใจ ที่ขาดไม่ได้คือบรรยากาศริมน้ำ นั่งมองสายน้ำไป
      สบายตา ลมเย็น ๆ ผ่อนคลาย สบายใจแบบฟินๆ
      พิกัด : 516 ถนนศุภกิจ (ติดกับตลาดบ้านใหม่) บ้านใหม่ , เมืองฉะเชิงเทรา , ฉะเชิงเทรา เบอร์ติดต่อ : 038-513-414, 089-776-1928 เวลาเปิดบริการ ทุกวัน : 10:00 – 22:00

    READ MORE
  • ตามรอยขนมไทยโบราณ : แกงบวด

    ท่องเที่ยว-ที่พัก-ร้านอาหาร

    แกงบวด อ่านชื่อแล้วอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นอาหารคาว
    เพราะเมนูชนิดนี้เป็นขนมไทยพื้นบ้านที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย
    คนส่วนมากโดยเฉพาะชาวอีสานจะรู้จักเป็นอย่างดี
    เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม
    ปลูกผักผลไม้ไว้รับประทานเอง ทั้งยังห่างไกลตลาด
    จึงนำอาหารที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาทำขนมรับประทานเองภายในครอบครัว
    หรือนำไปทำบุญที่วัด และใช้รับรองแขก
    ปัจจุบันหลายครอบครัวเริ่มเลิกราห่างหายกันไป
    เนื่องจากเห็นว่า แกงบวด มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เสียเวลา
    และสามารถซื้อหาได้ง่ายตามตลาดทั่วไป
    แต่ก็ยังคงเหลือเป็นบางครอบครัวที่สานต่อ
    รักษาสืบทอดการทำขนมแกงบวด คงไว้ให้ลูกหลานได้เรียนรู้
    อนุรักษ์สืบสานต่อไป
    โดย แกงบวด จะใช้ใช้ผลไม้จำพวก เผือก มัน ฟักทอง
    มาต้มกับน้ำตาลและกะทิ ที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาดก็
    แกงบวดฝักทอง ส่วน กล้วยบวชชี ก็คือแกงบวดชนิดหนึ่ง
    เพียงแต่ว่าเป็นความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นคำใช้ภาษาของคนไทย
    เพราะเห็นว่า กล้วย เมื่อโดนกะทิ ก็จะขาวกลมกลืนกันไป
    เอาไปใช้สอดคล้องกับการบวชชี เป็นขนมที่ทำเป็นวัดกันบ่อยๆ
    ส่วนขั้นตอนการปรุงเมนู แกงบวด
    ก็ไม่ยากเย็นอย่างที่เราได้เกริ่นไป เพียงแค่เตรียม ฟักทอง เผือก
    หรือ มัน อะไรก็ได้หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 500 กรัม จากนั้นก็มีแค่
    น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วยตวง, หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง, หางกะทิ 1 1/2
    ถ้วยตวง, น้ำตาลทรายหรือน้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย และ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
    ขั้นตอนการทำ แกงบวด เริ่มจาก ล้างทำความสะอาด
    ฝักทอง เผือก หรือ มัน ที่จะเลือกมาทำแกงบวด หั่นเป็นชิ้นพอคำ
    แล้วหันไปนำ ปูนขาว หรือ ปูนแดง มาละลายน้ำ
    ปล่อยทิ้งไว้จนตกตะกอน นำน้ำส่วนบนคือ น้ำปูนใส ไปใช้แช่
    ฟักทอง เผือก หรือ มัน ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
    จากนั้นเทน้ำปูนใสทิ้ง นำไปล้างน้ำเปล่า พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    จากนั้นนำ หางกะทิ ใส่หม้อ ตั้งไฟปานกลาง รอจนเดือด ใส่
    น้ำตาลปี๊บ และ เกลือป่น ลงไป คนให้ละลาย
    ชิมรสหวานมันออกเค็มนิดๆ หรือชิมให้ได้รสชาติตามใจชอบ
    จึงใส่ ฟักทอง เผือก หรือ มัน ลงไป รอให้สุก ค่อยใส่หัวกะทิลงไป
    ลดไฟให้อ่อนลง เพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน
    เมื่อเริ่มเดือดอีกครั้งก็ปิดไฟ เป็นอันเสร็จ
    โดยเคล็ดลับในการปรุงเมนู แกงบวด ให้ได้รสกลมกล่อม คือ
    ในขณะนำ หางกะทิ ไปต้ม ควรใช้ไฟขนาดปานกลาง และคน
    น้ำตาล ให้เข้ากับ หัวกะทิ ก่อน แล้วค่อยเทลงในหม้อต้มหางกะทิ
    จากนั้นใช้ไฟอ่อนๆ ไม่ให้กะทิแตกมัน
    จะทำให้ได้รสชาติกลมกล่อม และแลดูสวยงามน่ารับประทาน
    ทั้งนี้ ปัจจุบัน แกงบวด
    ยังเป็นขนมที่สามารถหาทานได้ทั่วไปในทุกพื้นที่ของประเทศไทย
    แต่หากยกให้เป็นยอดฝีมือด้านนี้ ย่อมหนีไม่พ้น
    ร้านแตนขนมหวาน รามอินทรา, ร้านฉวาง (แม่อวย)
    ข้าวแกงปักษ์ใต้ ถนนพรานนก และ ร้านขนมนกน้อย เพชรบุรี…

    READ MORE
  • การพนัน – สล็อตคาสิโนฟรี

    การพนัน - สล็อตคาสิโนฟรี

    วันนี้ต้องขอบคุณสล็อตคาสิโนฟรีผู้เล่นคาสิโนจึงมีความสนุกสนานมากขึ้นในวันนี้
    พวกเขาสามารถมาออนไลน์และที่นั่นพวกเขาสามารถเล่นเกมสล็อตใด ๆ
    ที่พวกเขาต้องการเฉพาะกับชิปสนุกในวันนี้ มีเพียงความสนุกที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งวัน
    ไม่มีเงินจริงที่จำเป็น ทุกคนสามารถเข้าร่วมและเล่นได้โดยไม่ จำกัด เวลาในวันนี้
    สล็อตคาสิโนฟรีแสดงทรัพยากรการพนันที่ดีที่สุดในวันนี้ในศตวรรษที่เรา
    มีผู้เล่นคาสิโนจะเล่นเพื่อความสนุกสนานตลอดทั้งวัน ไม่มีใครจะเสี่ยงเงินจริงใด ๆ
    อีกต่อไป

    แต่ก่อนอื่นคุณจะต้องมีบางอย่าง
    ผู้เล่นคาสิโนจะต้องมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลพร้อมกับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตก่อน
    ประการที่สองผู้เล่นคาสิโนจะต้องลงทะเบียนก่อน
    พวกเขาไม่สามารถเริ่มเล่นได้ฟรีจนกว่าพวกเขาจะไม่ลงทะเบียนให้ใช้ชื่อจริงและที่อ
    ยู่อีเมลที่แท้จริงของคุณ ที่นั่นคุณจะได้รับลิงก์ยืนยันที่อยู่อีเมลของคุณ
    เมื่อคุณคลิกที่ลิงก์บัญชีคาสิโนใหม่ของคุณจะได้รับการยืนยันและคุณสามารถเริ่มเพ
    ลิดเพลินกับเกมสล็อตคาสิโนล่าสุดได้แล้ววันนี้

    ตอนนี้คุณเห็นไหม ง่ายมากที่จะเล่นสล็อตฟรี แต่คุณต้องเคารพกฎคาสิโน
    การสนุกสนานอยู่ในขณะนี้ภายในไม่กี่คลิกเมาส์ห่างไกลจากคุณ
    ไปและมีความสนุกสนานได้ไม่ จำกัด จากนี้ไปทุกที่ที่คุณต้องการ 🙂

    ผมคิดว่าผู้เล่นคาสิโนหลายคนชอบที่จะเล่นเกมสล็อตคาสิโนฟรีวันนี้
    ตอนนี้พวกเขามีโอกาสที่จะทำอย่างนั้นจริงๆ อย่าลังเลที่จะเล่นได้เลย
    หลังจากที่ทุกเกมช่องที่ทำเพื่อความสนุกสนานและเพื่อความสนุก 🙂

    ฉันชอบเล่นในช่วงเวลาว่างของฉัน ฉันชอบที่จะใช้เวลาว่างกับเพื่อนของฉันด้วย
    ฉันชอบฟังเพลงและดูหนังดีๆ ตลอดช่วงเวลาที่ฉันทำงานหนัก…

    READ MORE
  • ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ราดหน้า

    ท่องเที่ยว

    ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ราดหน้า
    ราดหน้า เป็นก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่ง
    ที่ทำโดยการใช้เส้นลงไปผัดกับน้ำมันอ่อนๆ แล้วพักไว้
    น้ำที่ใช้ราดเป็นน้ำต้มกระดูกผสมกับแป้งมันมีความข้นเหนียว
    เนื้อสัตว์นิยมใช้ เนื้อหมู และ กุ้ง หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ
    ซึ่งถ้าเป็นเนื้อหมูจะนิยมหมักกับกระเทียมก่อน เพื่อให้เหนียวนุ่ม
    ผักนิยมใช้ ผักคะน้า หรือจะใช้ผักอย่างอื่น เช่น ผักกวางตุ้ง หรือ
    ผักกาดขาว ก็ได้
    เส้นที่ใช้ทำราดหน้า มีหลายเส้น โดยมากหากเป็นเส้นใหญ่
    จะผัดกับน้ำมันและซีอิ๊วดำก่อน นอกจากนี้ยังมีหมี่ขาว หมี่เหลือง
    ซึ่งโดยมากจะเป็นเส้นทอดกรอบ นอกจากนี้แล้ว
    ราดหน้าบางครั้งยังสามารถใส่ไข่ลงไปได้ด้วย
    อาจจะผสมลงไปในน้ำราดหน้า
    หรือทอดแยกออกมาโปะหน้าต่างหากแบบไข่เจียวหรือไข่ดาวก็ได้
    ซึ่ง ราดหน้า ที่เข้ามาแพร่หลายในไทย
    ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน เริ่มนำเข้ามาขายโดยชาวจีนแต้จิ๋ว
    ราดหน้ายุคแรกๆ ห่อใบตองขาย ใส่ผักกวางตุ้งและหน่อไม้
    ราดน้ำราดแต่น้อย ต่อมาจึงมีการปรับรูปแบบไปต่างกัน
    โดยราดหน้าที่แพร่หลายในไทยนั้น
    มีที่มาจากราดหน้าของจีน 3 แหล่ง คือ ราดหน้าแบบฮ่องกง
    น้ำราดหน้าไม่ใส่เต้าเจี้ยว ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย,
    ราดหน้าแบบกวางตุ้ง น้ำราดหน้าใส่เต้าเจี้ยว กระเทียม
    ใช้ผักคะน้าเป็นหลัก และราดหน้าแบบแต้จิ๋ว น้ำราดสีเข้ม
    ใส่เต้าเจี้ยวเป็นเม็ด ไม่ใส่น้ำมันหอย
    และใส่คะน้าผัดไปกับน้ำราดด้วย
    ส่วนวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุง ราดหน้า กอปรด้วย
    ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ, ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา, ซีอิ๊วขาว 2
    1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา,
    แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยป่น 2 ช้อนชา, น้ำเปล่า
    1/4 ถ้วย, เนื้อหมูสันนอก 500 กรัม, ไข่ขาว 2 ฟอง, น้ำมันรำข้าว
    1 ช้อนโต๊ะ, กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ, เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ,
    น้ำเปล่า 1 ลิตร, ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ, ซีอิ๊วขาว 2
    ช้อนโต๊ะ, ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ,
    คะน้าฮ่องกง ตามชอบ และแป้งมันละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
    ขั้นตอนการปรุงเมนู ราดหน้า เริ่มจากหมักหมูก่อน
    โดยเลือกใช้หมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นหมักด้วย ซอสหอยนางรม
    ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา น้ำตาลทราย แป้งมันสำปะหลัง
    พริกไทยป่น น้ำเปล่า และ ไข่ขาว หมักทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง
    จากนั้นผัดเส้นใหญ่กับซีอิ๊วดำใส่จานเตรียมไว้
    ตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวลงไปผัดกับกระเทียมสับและเต้าเจี้ยวจนหอม
    เสร็จแล้วก็ใส่เนื้อหมูที่หมักลงไปผัดให้พอสุก
    เติมน้ำเปล่าแล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส
    และ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
    ที่เหลือก็แค่ใส่คะน้าตามลงไป
    เพิ่มความเหนียวด้วยแป้งมันละลายน้ำ
    ใส่แป้งและคนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
    ตักน้ำราดหน้าราดลงบนเส้นใหญ่ที่เราผัดเตรียมไว้
    พร้อมเสิร์ฟรับประทานให้อิ่มหนำสำราญใจ
    ปัจจุบันแม้ ราดหน้า
    จะเป็นเมนูที่หาทานได้ตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไป
    แต่ยังมีร้านเด็ดที่เราแนะนำให้คุณไปลองเป็นพิเศษ ไล่ตั้งแต่
    แป๊ะราดหน้า ซอยไทยานนท์ 12, ช็องแช๊งราดหน้า
    ถนนอัศวพิเชษฐ์, มะ ยอดผักราดหน้าราชวัตร,
    ราดหน้าฮ่องกงเล้งกี่ ซอยจุฬาฯ 46 และ ภัตตาคารจ๊ากกี่
    ถนนราชวิถี ถือเป็นเจ้าแห่งยุทธภพด้วยกันทั้งสิ้น…

    READ MORE
  • วันหยุดไปเที่ยวที่ไหนดี

    ท่องเที่ยว

    เป็นเรื่องจริงสำหรับบางคน ที่ว่าวันหยุดนั้นน้อยเกินกว่าที่จะไปพักผ่อนต่างจังหวัดได้
    ทำให้คนกรุงเทพส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่กับครอบครัว อยู่บ้าน แต่ที่จริงแล้ว
    ใกล้ๆกับกรุงเทพนั้นก็ยังมีที่เที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจ ให้ได้ออกไปสูดโอโซนบริสุทธิ์ ทำบุญไหว้พระ
    ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลย                                                                                                      

    1.เกาะล้าน ที่เที่ยวสุดฮิตที่พูดถึงแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่เสน่ห์ของน้ำใสๆ และทรายขาวๆ
    ของที่นี่ก็ยังดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเที่ยวอย่างมากมาย และที่สำคัญเกาะล้านยังเดินทางจากกรุงเทพฯ
    สะดวกและใช้เวลาไม่นาน ที่เกาะล้านมีหาดสวยๆ มากมายหลายหาดแต่หาดสุดฮิตก็คือ หาดตาแหวน
    ที่ใครมาก็ต้องมาเล่นน้ำทะเลที่หาดนี้หรือจะไปถ่ายรูปกับสะพานไม้ชิคๆ ที่ หาดสังวาลย์และยังมี หาดนวล
    หาดเทียน ที่มีน้ำใสและทรายละเอียดบอกเลยสายเฟลฟี่ห้ามพลาด                                       

    2.หาดบางแสน เป็นชายหาดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากๆ เดินทางแค่ไม่ถึง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ
    เสน่ห์ของหาดบางแสนคือเก้าอี้ผ้าใบริมชายหาดให้เราได้นั่งชิลล์รับลมทะเลฟินๆ

    3.ตลาดน้ำอัมพวา ชื่อที่หลายๆ คนคงคุ้นหูเป็นอย่างดีและหลายๆ
    คนคงเลือกที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อที่จะได้สัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตริมคลองและบ้านเรือน
    แบบดั้งเดิม ตลาดน้ำอัมพวาเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยๆ บอกได้เลยว่าบรรยากาศของที่นี่ชิลล์สุดๆ
    โดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็นของตลาดน้ำอัมพวาที่มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือมาขายของ
    รวมไปถึงร้านค้าที่อยู่ด้านบนของทั้ง 2 ฝั่งคลอง                                                                   

    4.พัทยา ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไม่นานก็ถึงแล้ว และนอกจากทะเล และกิจกรรมทางทะเล
    พัทยายังมีที่เที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ นอกจากนี้
    ที่นี่ยังมีที่เที่ยวใหม่ผุดขึ้นมาให้ได้ไปชิลล์กันอย่างไม่มีเบื่อแน่นอน อย่าง Frost Magical Ice of Siam,
    สวนน้ำรามายณะ พัทยา, The Sky Gallery พัทยา อีกด้วย                                                 

    5.บางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวรูปกระเพาะหมูในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
    ปอดกลางกรุงซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดได้เต็มปอด ด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ
    ทำให้บางกระเจ้าเป็นที่เที่ยวยอดนิยม เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุด               

    6.นครปฐม เมืองน่าเที่ยวที่มาได้ง่ายๆ ขับรถไม่นานจากกรุงเทพฯ ก็เที่ยวได้หมด
    ที่นี่นอกจากจะเป็นจังหวัดที่มีตลาดน้ำมากมาย ถูกใจทั้งนักชิมนักช้อปแล้ว ยังมีที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัดวา
    และพิพิธภัณฑ์น่าสนใจต่างๆ ด้วย รวมไปถึงพระราชวังที่สวยงาม
    คนชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ต้องไม่พลาดมาเที่ยวที่นี่ค่ะ…

    READ MORE
  • ท่องเที่ยวจังหวัดสระแก้ว

    ท่องเที่ยว

    ตลาดโรงเกลือ
    ตอนนี้คงจะไม่มีใครไม่รู้ตลาดการค้าชายแดนภาคตะวันออกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทยอย่าง 
    ตลาดโรงเกลือ หรือ ตลาดชายแดนบ้านคลองลึก 
    ซึ่งอยู่ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ-ปอยเปต ประเทศกัมพูชา
    เดี๋ยวนี้มีด้วยกันถึง 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเดิม ตลาดเดชไทย 
    ตลาดเทศบาล 3 ตลาดเบญจวรรณ และตลาดทรัพย์สมบูรณ์ 
    รวมแล้วมีร้านค้ามากยิ่งกว่า 3,000 ร้านค้า มีเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ 
    สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องครัว ทั้งมือใหม่และมือสองให้ช้อปกันในราคาไม่แพงแสนถูก 
    แต่ว่าหยิบๆจับๆไปมาก็อาจกระเป๋าแบนไม่รู้ตัวนะ
    เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.
    ที่ตั้ง : ถนน กม.5 ฝั่งซ้าย ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    ปราสาทเขาน้อยสีชมพู
    ปราสาทเขาน้อย หรือ ปราสาทเขาน้อยสีชมพู 
    ตั้งอยู่บนยอดเขาน้อยสีชมพู ในเขตตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ 
    ห่างจากพรมแดน ไทย-กัมพูชา ราว 1 กิโลเมตร
    ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาเตี้ยๆสูงราว 80 เมตร 
    มีบันไดทางขึ้น 254 ขั้น แล้วเดินไปตามทางลาดอีกนิดก็ถึงบริเวณประสาท 
    ซึ่งประกอบด้วยปรางค์ทิศเหนือ ปรางค์องค์กลาง และก็วิหารใต้ 
    จากการขุดสำรวจของกรมศิลปากรได้ค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก 
    ดังเช่น โบราณวัตถุทำจากโลหะเครื่องปั้นดินเผา ทับหลังหินทราย 5 ชิ้น
    แผ่นจารึกเขาน้อย และทับหลังหินทรายแบบสมโบร์ไพรกุกอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 
    ซึ่งโบราณวัตถุต่างๆเหล่านี้ถูกนำไปจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี
    ที่ตั้ง : บ้านคลองน้ำใส ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    อุทยานแห่งชาติปางสีดา
    ตรงนี้คือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ 
    ด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน 
    ปกคลุมด้วยสภาพป่าหลายประเภท ทั้งป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา 
    ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง 
    ทั้งยังเชื่อมต่อกับผืนป่ามรดกโลกอย่างป่าพญาเย็น-เขาใหญ่ 
    ก็เลยเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ร
    วมถึงผีสีเสื้อหลายสีสันนับแสนตัว ซึ่งจะมีให้ดูกันในตอนเมษายน – ส.ค.ของทุกปี
    ข้างในสวนมีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำตก อย่าง น้ำตกปางสีดา 
    เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นสายน้ำทิ้งตัวจากผาสูง 8 เมตร 
    ลงสู่แอ่งน้ำระดับล่าง ถัดมาเป็น น้ำตกผาตะเคียน ลักษณะเป็นผาสูง 20 เมตร 
    สายน้ำจะไหลทิ้งตัวลดหลั่นเป็นชั้นๆดูสวยงามมาก และน้ำตกแควมะค่า ที่ต้องเดินเท้าเข้าไป
    เวลาเปิด – ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น.
    ที่ตั้ง : หมู่ 7 ต.ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว…

    READ MORE
  • แหล่งท่องเที่ยวไทย 50 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอต(2)

    ท่องเที่ยว

    11. เกาะนางยวน
    เกาะเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ ตั้งอยู่ข้างเกาะเต่า ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ
    เชื่อมต่อด้วยแนวสันทรายสีขาวสะอาดตา ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสอย่างงดงาม
    เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักเกาะนางยวน ซึ่งเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ
    กลางอ่าวไทยที่เงียบสงบ มีแนวปะการังสวยงาม
    เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำที่ต้องมาเยือนกันสักครั้ง

    12. เกาะเต่า
    ห่างจากเกาะนางยวนไปประมาณ 480 เมตร ก็จะเป็นที่ตั้งของเกาะเต่า
    ที่นี่มีธรรมชาติของท้องทะเลที่สวยงามไม่แพ้เกาะนางยวน ทั้งน้ำทะเลสีฟ้าใส
    หาดทรายขาวและเงียบสงบ มีโรงแรมและรีสอร์ทหรูหรา
    สามารถหลบมาพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างดีเยี่ยม

    13. เกาะสมุย
    เกาะกลางทะเลอ่าวไทย ที่ไม่ได้มีเพียงแค่หาดทรายขาวสะอาด
    และน้ำทะเลใสสวยงามเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นสถานที่แห่งความสนุกสนานเต็มรูปแบบ
    มีกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้นเพื่อสร้างสีสันให้เกาะสมุย
    พร้อมทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้งยังเดินทางได้ง่าย ๆ
    ด้วยเครื่องบิน
    เพราะมีสนามบินสไตล์บูติกที่มีความสวยงามติดอันดับโลกรองรับอยู่บนเกาะแห่งนี้อีก
    ด้วย

    14. เกาะช้าง
    เกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเมืองไทย
    เพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติทั้งป่าเขาและท้องทะเลที่สวยงาม
    อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
    เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย
    หากใครได้มาดินเนอร์ริมชายหาดที่เกาะแห่งนี้…บอกเลยว่าจะฟินมาก !

    15. เกาะเสม็ด

    ที่เที่ยวทางทะเลสุดโรแมนติกที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงแค่เอื้อม
    ซึ่งมาพร้อมกับหาดทรายยาวสวยงาม มีน้ำทะเลใสโอบล้อม
    นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นดินแดนแห่งความบันเทิง มีผับบาร์ ร้านอาหารริมทะเลมากมาย
    รวมทั้งยังมีการจัดแสดงคอนเสิร์ตริมชายหาดอยู่บ่อย ๆ อีกด้วย

    16. เกาะล้าน
    เกาะล้าน ดินแดนสวรรค์แห่งท้องทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก ๆ
    ไม่มีรถก็สามารถไปได้ง่าย ๆ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก ที่สำคัญน้ำทะเลใส
    หาดทรายขาวมาก ๆ แถมบนเกาะล้านยังมีที่พักหลากหลายสไตล์ ราคาโดนใจ
    ให้เลือกสรรตามใจชอบอีกเพียบ

    17. เกาะกูด
    หากถามถึงทะเลไทยที่สวยงาม เชื่อได้เลยว่าจะต้องมีชื่อของ "เกาะกูด"
    อยู่ด้วยอย่างแน่นอน เกาะกูดมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดตราด
    บริเวณโดยรอบล้อมรอบไปด้วยแนวปะการังที่สวยงามและท้องทะเลสีฟ้าครามใส
    มีหาดทรายขาว สะอาด เนียนนุ่ม บนเกาะมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
    เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

    18. เกาะหมาก
    เกาะหมาก ตั้งอยู่ระหว่างเกาะช้างและเกาะกูด
    ที่นี่มีธรรมชาติของทั้งบนเกาะและในท้องทะเลที่สวยงามอุดมสมบูรณ์
    น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าอมเขียวใส
    สามารถมองเห็นแนวปะการังใต้ท้องทะเลได้จากบนเรืออย่างงดงาม
    อีกทั้งบนเกาะยังเต็มไปด้วยสวนมะพร้าวอันร่มรื่น
    มีอ่าวและหาดทรายสวยงามหลายแห่ง
    ทำให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างเต็มที่
    ชาวบ้านบนเกาะยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นเดียวกับที่เกาะกูด ที่นี่จึงเงียบสงบ
    เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาที่พักผ่อนอย่างแท้จริง

    19. ภูทับเบิก
    ถ้าถามถึงดินแดนทะเลหมอกสุดอลังการในเมืองไทย
    หนึ่งในนั้นต้องมีภูทับเบิกอย่างแน่นอน
    ด้วยภูทับเบิกถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาทั้งน้อยใหญ่
    บริเวณโดยรอบเป็นป่าเขาเขียวขจีสมบูรณ์
    ทำให้ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวจะเกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอกสุดอลังการ
    อีกทั้งยังมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกประทับใจ

    20. เขาค้อ

    เขาค้อ สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดของจังหวัดเพชรบูรณ์
    ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามแห่งหนึ่งของเมืองไทยแล้ว
    ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยสุด ๆ อีกด้วย นักท่องเที่ยวจึงเลือกที่จะมานอนพักผ่อน

    เสพอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นกันที่นี่ในช่วงวันหยุด
    ซึ่งในเขาค้อก็มีที่พักหลากหลายแบบให้ได้เลือกพักกัน
    สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขาค้อที่ห้ามพลาด เช่น พระตำหนักเขาค้อ,
    พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก และอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ฯลฯ…

    READ MORE
  • พิชิตโมโกจูสักครั้งที่แม่วงก์

    ท่องเที่ยว

    กำแพงเพชร อาจเป็นจังหวัดที่ใครหลายคนมองเป็นทางผ่านเพื่อไปท่องเที่ยวยัง
    สถานที่อื่น แต่ในความเป็นจริงพวกเราต่างคิดผิด
    เพราะเราดันมองข้าม อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
    อีกหนึ่งแลนด์มาร์คในการชมวิวที่ไม่ควรพลาด
    อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ประมาณ มีเนื้อที่ประมาณ
    558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร
    ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร
    และอำเภอแม่วงก์ และกิ่งอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์
    พื้นที่ส่วนใหญ่ของ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
    เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารตามเทือกเขาสูงชัน
    ก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง
    ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์
    ลำน้ำที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์
    นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
    ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ
    ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ
    เช่นเดียวกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนเรียงรายกัน
    โดยยอดที่สูงที่สุดคือ “ยอดเขาโมโกจู”
    สถานที่ที่พร้อมท้าทายทุกคน
    อย่างไรก็ตาม หากคุณคิดจะเดินทางมายัง
    อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เราแนะนำให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ หรือในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง
    เพราะหากมาในช่วงฤดูร้อน อากาศจะร้อนจัด
    ขณะที่ฤดูฝนก็จะมีฝนตกมาก คงไม่เหมาะแก่การพักผ่อน
    ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจใน อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
    นั่นมีให้เลือกหลากหลาย ไล่ตั้งแต่
    ชมทัศนียภาพของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ณ จุดชมวิวกิ่วกระทิง
    หรือจะปล่อยใจล่องลอยไปกับสายน้ำที่ น้ำตกผาคอยนาง ก็ไม่ว่ากัน
    สายน้ำตก อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ก็มีให้เลือกมากมาย ทั้ง
    น้ำตกแม่กระสา ซึ่งมีความสูงถึง 9 ชั้น หรือจะเป็น น้ำตกแม่วารี,
    น้ำตกแม่กี, น้ำตกนางนวล, น้ำตกเสือโคร่ง เลือกได้ตามอัธยาศัย
    อยู่ไกลใกล้แตกต่างกันไปตามจุดพักแรม
    หรือจะไต่ระดับสู่จุดสูงสุดของถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง
    เพื่อสัมผัสไอหมอกและความหนาวเย็นที่มี
    ให้ชุ่มหัวใจได้ตลอดทั้งปีที่ “ช่องเย็น”
    เลยต่อไปอีกนิดพอได้หอบก็จะเห็นสิ่งที่สุดยอดกว่าอย่าง
    “ภูสวรรค์” แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมจึงมีชื่อเรียกขานเช่นนี้
    ปิดท้ายที่ไฮไลท์สำคัญ นั่นคือการพิชิต “ยอดเขาโมโกจู”
    ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์
    และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก ด้วยความสูง 1,964 เมตร
    เหนือระดับน้ำทะเล ใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับ 5 วัน
    เปิดให้พิชิตระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ของทุกปี
    ทั้งหมดทั้งมวลที่คุณจะได้รับจาก อุทยานแห่งชาติแม่วงก์
    นั้นเต็มไปก้วยความหลากหลาย แถมการเดินทางก็ไม่ไกลมาก
    เพียง 353 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานคร
    แล้วคุณจะไม่เสียดายเวลา 5 ชั่วโมง
    ที่ขับรถไปเยือนสถานที่แห่งนี้เลย…

    READ MORE
  • เอาใจชาวพุทธกับประเพณีแห่เทียนพรรษาที่อุบล

    ท่องเที่ยว

    ต้องยอมรับว่าหนึ่งในประเพณีที่อยู่คู่กับชาวพุทธมาอย่างยาวนาน
    คือ ประเพณีแห่เทียนพรรษา
    ซึ่งมีการจัดขึ้นทั่วทุกจังหวะในประเทศไทย
    แต่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและเทศ
    ย่อมหนีไม่พ้นจังหวัดอุบลราชธานี เมืองใหญ่ภาคอีสานบ้านเรา
    ก่อนอื่นขอเกริ่นความเป็นมาของประเพณีแห่เทียนพรรษา
    ว่าเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล
    โดยชาวพุทธจะนำเทียนไปถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา
    เพื่อช่วยให้พระภิกษุมรแสงสว่างใช้ในหน้าฝน
    ซึ่งไม่สามารถออกไปไหนได้ตลอด 3 เดือน
    หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการตกแต่งต้นเทียนขึ้นตามภูมิปัญญาชาวบ้าน
    โดยมีการแกะสลักเพื่อความสวยงาม
    พร้อมการสอดแทรกความรู้ในรูปแบบของนิทานชาดกต่างๆลงไปบนต้นเทียน
    กระทั่งกลายเป็นการประชันความสามารถของผู้คนในท้องที่ต่างๆดังเช่นปัจจุบัน

    โดยในปี 2561 นี้ หนึ่งในจังหวัดที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดอย่าง อุบลราชธานี
    จะมีการจัดงานแห่เทียนพรรษา ขึ้นในวันที่ 27-28 กรกฏาคม
    ตรงกับวันหยุดยาวตามหน้าปฏิทิน ไล่ตั้งแต่ วันอาสาฬหบูชา,
    วันเข้าพรรษา ลากยาวไปจนถึง
    วันเกิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
    และวันชดเชยวันเกิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดังนั้น
    หากใครไม่มีโปรแกรมไปไหนในวันหยุดยาวปลายเดือนกรกฎาคมนี้
    การเดินทางไปชมเทศกาลแห่เทียนพรรษา
    ของจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีเงินสะพัดหลายร้อยล้าน
    คือตัวเลือกที่น่าสนใจ อีกทั้งยังได้ทำหน้าที่พุทธศาสนิกชนที่ดีด้วย
    ซึ่งไฮไลท์สำคัญๆ ในงานแห่เทียนพรรษาอุบล 2561
    จะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม
    ที่ท่านจะได้ชมและมีส่วนร่วมในการทำต้นเทียนพรรษากับช่างเทียนตามคุ้มวัดต่างๆ
    อาทิเช่น วัดไชยมงคล, วัดบูรพาราม,วัดทุ่งศรีเมือง, วัดศรีประดู่, วัดผาสุการาม และ วัดแจ้ง เป็นต้น

    จากนั้นวันที่ 23 กรกฎาคม
    จะเริ่มงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา อุบลราชธานี ประจำปี2561 อย่างเป็นทางการ
    โดยมีพิธีเปิดงานบริเวณหน้าศาลหลักเมือง เวลาประมาณ 18.30น.
    พร้อมชมกิจกรรมถนนสายเทียน มีการสาธิการหล่อเทียน
    การแสดงพื้นบ้าน และนิทรรศการต่างๆ ไล่ตั้งแต่ การแสดงโฮงฮีต ศรีวนาลัย,
    ประติมากรรมเทียนนานาชาติ, การประกวดสาวงามเทียนพรรษา
    แถมปีนี้จังหวัดอุบลราชธานี ยังได้เพิ่มกิจกรรมพิเศษ คือ
    อุโมงค์เทียน บริเวณริมแม่น้ำมูล
    หลังวัดหลวงไปจนถึงตลาดเทศบาล 3 กระทั่งวันที่ 27 กรกฎาคม
    ชาวบ้านจะเริ่มนำต้นเทียนที่จะเข้าร่วมขบวนแห่มารวมกันที่
    ทุ่งศรีเมือง บริเวณรอบโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี
    ซึ่งเริ่มมาเดินดูได้ตั้งแต่ช่วงเย็น
    เพื่อรอเข้าร่วมขบวนแห่ช่วงเช้าวันที่ 28 กรกฎาคม
    แต่ระหว่างรอขบวนแห่ตอนเช้า
    นักท่องเที่ยวก็สามารถชมการแสดงขบวนแห่เทียนพรรษาภาคกลางคืน
    ที่จะมีการแสดงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่ รวมถึงนิทรรศการบ้านคำปุน
    แหล่งผลิตผ้าไหมทอมือที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ
    ส่วนช่วงเช้าวันที่ 28 กรกฎาคม
    ก็รีบตื่นแต่เช้าไปจับจองที่นั่ง เพราะจะเต็มเร็วมาก
    จากนั้นก็เพลิดเพลินไปกับประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบล
    ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ ลากยาวไปจนถึงการแสดงยามค่ำคืน
    พร้อมพิธีมอบรางวัลการประกวดต้นเทียนพรรษา
    ใครยังไม่มีกำหนดการเดินทางไปไหนช่วงวันหยุดยาวปลายเดือน
    กรกฎาคม 2561 ประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบล
    คือตัวเลือกที่สมควรไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต
    แม้อาจต้องเดินทางไกลกว่า 600 กิโลเมตร
    แต่เชื่อเถอะคุ้มค่าแน่นอน…

    READ MORE
  • หนีคนมาชมหมอกที่ผาตั้ง

    ท่องเที่ยว

    หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวของ เชียงราย
    แว่บความคิดแรกของทุกคนคงเป็นตอบเหมือนกันว่า ภูชี้ฟ้า
    แต่ใครเหล่าจะรู้ว่าพี่น้องอีกดอยที่อยู่ติดกันอย่าง ผาตั้ง
    ก็กำลังรอคอยให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมความงามของมัน
    ดอยผาตั้ง ตั้งอยู่ที่บ้านผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น
    จังหวัดเชียงราย สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,635 เมตร ห่างจาก ภูชี้ฟ้า
    แค่ 30 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ, ม้ง และเย้า
    ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในสถานที่แห่งนี้

    ลักษณะของ ดอยผาตั้ง
    จะเป็นสันเขาคดเคี้ยวมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน
    ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามจับตา ทั้งการชมทะเลหมอก,
    ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน
    และแน่นอนว่าคุณจะไม่พลาดดอกไม้ที่ได้รับการขนานนามว่า
    “ซากุระเมืองไทย” หรือ ดอกนางพญาเสือโคร่ง
    นอกจากนี้ ดอยผาตั้ง
    ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่รอให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัส ไล่ตั้งแต่
    จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม
    หน้าผาขนาดใหญ่ที่มีช่องเขาเหมือนประตู พร้อมฉายา
    “ประตูรักแห่งขุนเขา”
    ที่มีตำนานให้จับมือคนที่เรารักแล้วเดินก้าวข้ามผ่านไปด้วยกัน
    หรือ ศาลาเก๋งจีน
    เนินที่ประดิษฐานพระพุทธมังคลานุภาพลาภสุขสันติ
    อนุสรณ์สถานของนายพลหลี่ ผู้นำ ทจช. ในอดีต
    เดินเลยไปอีกหน่อยก็จะพบทางขึ้นไปชมป่าหินยูนนาน
    ซึ่งเป็นหินรูปทรงลักษณะคล้ายภูเขาในประเทศจีนขึ้นสลับซับซ้อน
    นอกจากนี้ ดอยผาตั้ง ยังมีศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง
    ที่ปลูกแปลงผักสด, ถั่วลันเตา, กะหล่ำม่วง, บล็อกโคลี
    และพืชผักอีกมากมาย ให้เราได้ศึกษา
    และซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือไปให้คนที่บ้าน
    รับรองปลอดสารพิษ 100%

    อีกทั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ยังมีการอนุรักษ์ดินและน้ำที่ดี
    รวมถึงวิถีการทำเกษตรกรรมตามพระราชดําริเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9
    ถือเป็นความรู้ในการดำเนินชีวิตที่มีประโยชน์
    เหมือนอย่างที่พ่อสอนว่าให้ชีวิตอย่างพอเพียง
    ทั้งหมดทั้งมวลคือวิถีชีวิตของ ดอยผาตั้ง ที่เรานำมาเสนอ
    เพื่อเป็นอกีหนึ่งทางเลือกในการเดินทางไปสัมผัสอากาศเย็น
    ในภาคเหนือช่วงฤดูหนาวนี้
    รับรองได้เลยว่าหากได้ไปเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้จะต้องกลับมาเป็นครั้งที่สองอีกแน่นอน
    ส่วนใครที่ต้องการเลี่ยงความแออัดในช่วงเทศกาลจาก
    ภูชี้ฟ้า เราแนะนำว่า ดอยผาตั้ง คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
    ขอบอกเป็นของแถมให้ด้วยว่าทะเลหมอกสวยกว่าเป็นไหนๆ
    วิถีชีวิตของผู้คนก็สโลว์ไลฟ์จนน่าอิจฉา
    ถ้าจะให้ดีควรเดินทางขึ้นไปทางอำเภอเวียงแก่น
    เพื่อแวะพักถ่ายรูปเล็กน้อยที่หน่วยจัดการต้นน้ำหงาว-งาว
    รับรองว่าคุณจะประทับใจเส้นทางสีชมพูที่เต็มไปดอกพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง
    แถมไม่ต้องวุ่นวายเหมือนการสัญจรผ่านอำเภอเทิง…

    READ MORE